แค่ชาเขียวเฉยๆ มันน่าเบื่อไป Oishi จึงปรับกระบวนท่าส่ง Fruit Tea ตีตลาด Millennial

หากนับถึงตอนนี้ ชาเขียวพร้อมดื่ม ก็ทำตลาดในประเทศไทยกว่า 10 แล้ว ดังนั้นมันคงจะน่าเบื่อถ้าจะวางขายแค่ชาเขียวสูตรดั้งเดิม หรือเพิ่มรสชาติอื่นเพียงเล็กน้อย ซึ่งตรงนี้เอง Oishi ไม่รอช้าที่จะเติมเต็มความสดชื่นให้กับตลาดนี้ผ่านเครื่องดื่ม Fruit Tea

Fruit Tea กับกลุ่มเป้าหมาย Millennial

ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า ชาเขียวกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยสร้างความสดชื่นของคนไทย แต่ด้วยความจำเจของรสชาติ ทำให้กลุ่มที่เคยดื่มในช่วง 10 ปีที่แล้วเริ่มหันไปดื่มน้ำชนิดอื่นมากขึ้น ดังนั้นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จึงไม่ใช่ตอบโจทย์แค่ผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มสุขภาพที่แก้กระหายได้ แต่ต้องดึงคนกลุ่มแรกที่ดื่มชาเขียวให้กลับมาหาซื้ออีกครั้งด้วย

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่ม Millennial ที่มีอายุระหว่าง 15 – 29 ปี ที่ล้วนแต่ผ่านช่วงแรกของชาเขียวพร้อมดื่มกันทั้งนั้น โดย Oishi ก็คือผู้ผลิตรายแรกๆ ที่สร้างสินค้า Fruit Tea หรือชาเขียวพร้อมดื่มผสมผลไม้ออกมาจำหน่าย และใช้การทำตลาดผ่านชีรีส์วัยรุ่น จนสามารถสร้างยอดขายได้จำนวนหนึ่ง ที่สำคัญยังเตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มรูปแบบนี้ 1 – 2 แบบทุกๆ ปีด้วย โดยสิ้นปีนี้เริ่มต้นด้วย Oishi กลิ่นซากุระ สตรอเบอร์รี่

แค่รสชาติใหม่ยังไม่พอ บรรจุภัณฑ์ต้องใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ Oishi ที่ทำตลาด Fruit Tea เพราะช่วงต้นปีเคยวางจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มรสชาติลิ้นจี่ และแตงโม รวมถึงรสองุ่นเคียวโฮ ผสมวุ้นมะพร้าว แต่เพื่อสร้างความแตกต่างในช่วงสิ้นปี ตัวรสชาติซากุระ สตรอเบอร์รี่ จึงมีบรรจุภัณฑ์แบบเปลี่ยนสีได้เมื่อแช่เย็น โดยเฉพาะรูปดอกซากุระที่จะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีชมพู

นอกจากนี้ยังเตรียมจัดแคมเปญการตลาดดิจิทัล เพื่อให้ทายเวลาซากุระเปลี่ยนสี รวมถึงส่ง Application ชื่อ Oishi Sakura เพื่อเพิ่มกราฟฟิกในการถ่ายภาพ ผ่านดอกซากุระที่จะพุ่งออกมาจากหน้าผู้ถ่าย และจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำแคมเปญอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขาย Fruit Tea คิดเป็น 30% ของยอดขายทุกสินค้าของ Oishi จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้แค่ 10%

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บมจ.โออิชิ กรุ๊ป

เศรษฐกิจซบ ชาเขียวก็ตกเหมือนกัน

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บมจ.โออิชิ กรุ๊ป เล่าให้ฟังว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ภาพรวมตลาดชาเขียวพร้อมดื่มหดตัวลง 2% จาก 16,000 ล้านบาท แต่ทางบริษัทยังสามารถรักษายอดขายไว้ใกล้เคียงกับปีก่อนได้ แต่ตัว Fruit Tea ยังมีการเติบโตอยู่ โดยคิดเป็นมูลค่าตลาด 2,160 ล้านบาท

สรุป

การแข่งขันของกลุ่มชาเขียวยังมีอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าให้อยู่นิ่งๆ แบรนด์คู่แข่งก็ส่งสินค้าใหม่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด และถึงยังไม่เข้าหน้าร้อน แต่ชาเขียวตอนนี้ก็ยังแข่งขันอยู่ดี เพื่อคงภาพลักษณ์ในตลาดที่เป็นเครื่องดื่มสุขภาพ และช่วยเพิ่มความสดชื่นไปในตัว

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา