วิสัยทัศน์ NT เชื่อมต่อทุกโอกาสให้ยิ่งใหญ่ เข้าถึงดิจิทัล ง่ายและปลอดภัย

ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจโทรคมนาคมที่แข่งขันกันดุเดือด การเติบโตไม่ใช่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่คือการวางรากฐานให้มั่นคงเพื่อพาองค์กรไปให้ไกล และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ ‘เสกสรรค์ มิตรเกษม’ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าและการตลาด ของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร NT ในช่วงปี 2568–2569 ชัดเจนและหนักแน่น ในทิศทางก้าวไปข้างหน้าขององค์กรที่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว พร้อมยืนหยัดในบทบาท “องค์กรแห่งชาติที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อคนไทยทุกคน” ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการสัญญาณ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ปี 2569 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ NT ภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อทุกโอกาสให้ยิ่งใหญ่” สะท้อนการก้าวสู่การเป็น Digital Partner ที่เข้าถึงง่าย ใช้งานได้จริง และยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ครัวเรือนทั่วไป ไปจนถึงภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ 

หนึ่งในเป้าหมายที่ชัดที่สุด คือการขยายฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้านสู่ 2.1 ล้านรายภายในปี 2569 

เป้าหมายนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งอยู่บนจุดแข็งของ NT ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นคงและมีศักยภาพในการต่อยอดการเติบโตของ NT 

“เรามุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจจากการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิมสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีคลาวด์/IoT เพื่อสนับสนุนภาครัฐและเอกชนโดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและพันธมิตรทางธุรกิจ ทิศทางแบรนด์ของ NT ในปี 2569 จึงเน้นการเป็น Digital Partner ที่เข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริงสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม” 

ในตลาดที่เต็มไปด้วยสงครามราคา NT เลือกเดินเกมด้วยความเสถียร คุณภาพ และความคุ้มค่า มากกว่าการแข่งขันแบบเผาไหม้ระยะสั้น การรักษาฐานลูกค้าเดิมให้เหนียวแน่น พร้อมพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง คือ “หัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน แนวคิด Customer First ถูกยกระดับจากคำขวัญสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการดูแลผู้ใช้บริการซิมมือถือที่ใช้งานบนคลื่นความถี่ 850 MHz ที่สิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2568 เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ต่อเนื่อง “ซิมไม่ดับ” และความเชื่อมั่นไม่สะดุด เพราะในโลกดิจิทัล ความต่อเนื่องคือความไว้วางใจ NT ได้ดำเนินการดูแลผู้ใช้บริการโดยเน้นการโอนย้ายผู้ใช้งานอย่างราบรื่น

(Seamless Migration) ไปยังคลื่นความถี่ 700 MHz ของ NT และโครงข่ายพันธมิตร ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมจัดแพ็กเกจที่คุ้มค่า เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการใช้งาน

การเติบโตของ NT ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดผู้บริโภค แต่กำลังขยายสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ภายใต้ Strategic Focus ปี 2568–2569 ที่เน้นรักษารายได้หลักจากธุรกิจสื่อสารไร้สายและบรอดแบนด์ ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด พร้อมลุยธุรกิจใหม่อย่างคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร

ในฐานะองค์กรภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมในทุกมิติ และยังเน้นการผลักดันกลุ่มธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจนวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อมขยายบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ สอดคล้องนโยบายยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของรัฐบาล

‘เสกสรรค์’ ขยายความต่อว่า NT คาดหวังกลุ่มธุรกิจดิจิทัลขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมีสัดส่วนการเติบโตหลักจากบริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และดิจิทัลโซลูชัน 

โดยเฉพาะภายใต้โครงการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC-Government Data Center and Cloud) ที่มีการรวมศูนย์ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยเข้ามาใช้งานร่วมกันบนคลาวด์กลาง โดยพัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565-2568 

ปัจจุบันให้บริการจำนวน 62,748 VM รองรับการใช้งาน 1,202 หน่วยงาน 3,896 ระบบงาน ประหยัดงบประมาณรัฐแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาคลาวด์กลาง GDCC Open Data ซึ่งเปิดให้บริการในปีที่ผ่านมา โดยให้บริการภาครัฐแล้วจำนวน 23,155 VM รองรับการพัฒนาระบบและโครงการสำคัญของภาครัฐ อาทิ โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การจัดทำเว็บไซต์โรงพยาบาลต่าง ๆ

ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน ระบบการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ฯลฯ โครงการการขยายบริการโซลูชัน e-Office ภายใต้คลาวด์กลาง GDCC โดยเป็นระบบบริหารจัดการสำนักงาน รูปแบบ e-Document / Paperless ที่พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการเป็นระบบดิจิทัลครอบคลุมหน่วยงานรัฐในทุกระดับ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล 

ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้บริการแล้ว 53.33% หรือจำนวน 4,152 หน่วยงาน จาก 7,842 หน่วยงาน มีผู้ใช้งานกว่า 115,569 ยูสเซอร์ และลูกค้าองค์กรภาครัฐ จำนวน 110 หน่วยงาน มีผู้ใช้งานกว่า 129,000 ยูสเซอร์

ขณะเดียวกัน NT ยังเดินหน้าสู่ธุรกิจใหม่ กำหนดแนวทางพัฒนาบริการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีด้าน AI เข้ามามีบทบาทในการเสริมศักยภาพการให้บริการมากขึ้น โดยพร้อมที่จะพิจารณาสรรหาพันธมิตรในธุรกิจด้านคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ไมโครเซอร์วิส ซิสเต็มอินทิเกรชัน และโซลูชันด้านการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัล 

เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน โดยใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเป็นหน่วยงานรัฐที่เชี่ยวชาญในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทยอย่างยาวนาน 

มีลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก และการส่งเสริมจากนโยบายรัฐที่สามารถเพิ่มโอกาสการแข่งขัน NT ยังร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำกับ Eutelsat OneWeb 

อีกหนึ่งโครงข่ายสื่อสารที่ขยายการเข้าถึงบริการดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเสริมการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้รองรับการเป็นศูนย์กลางอาเซียนได้อย่างมั่นคง และให้ประเทศไทยมีเส้นทางเชื่อมข้อมูลออกสู่ต่างประเทศที่หลากหลาย

“โครงการสำคัญอย่าง GDCC คลาวด์กลางภาครัฐ และ NT nexConnect โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำและดาวเทียม รวมถึงการพัฒนาโครงข่าย 5G คือหมากยุทธศาสตร์ที่วางไว้เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน” เสกสรรค์ กล่าวย้ำ

“ปัจจุบัน บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของเอ็นที เมื่อสิ้นปี 68 ที่ผ่านมามีฐานลูกค้าจำนวน 1,939,811 ราย สร้างรายได้ จำนวน 9,964.82 ล้านบาท 

โดยเป้าหมายในปีนี้ หลังจากรุกตลาดสร้างแบรนด์แล้ว ตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้าเป็น 2.1ล้าน ราย สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจมือถือ my by NT สิ้นปีที่ผ่านมา มีฐานลูกค้า 2.4 ล้านเลขหมาย เป็นลูกค้าแบบเติมเงิน 90% และลูกค้ารายเดือน 10% ซึ่งการเปิดแคมเปญสร้างแบรนด์ ในปีนี้ จะช่วยให้ NT มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป”

แน่นอนว่า ความท้าทายในตลาดค้าปลีกยังมีอยู่ โดยเฉพาะการแข่งขันกับเจ้าตลาดรายใหญ่ในเมือง แต่ NT เลือกยืนในจุดที่ชัดเจน เน้นความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความประหยัด

ขณะเดียวกันก็เร่งลดความซ้ำซ้อนภายในองค์กร ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแผนธุรกิจ แต่คือความมุ่งมั่นที่จะยกระดับ NT จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็นแกนกลางของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย เพราะการเติบโตของ NT ไม่ได้หมายถึงตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงได้จริง โอกาสก็เติบโตได้จริงเช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา