Home Article Nothing ดึง V จาก BTS เป็น Global Brand Ambassador พร้อมเปิดตัว ‘CMF’ หูฟังไร้สาย...

Nothing ดึง V จาก BTS เป็น Global Brand Ambassador พร้อมเปิดตัว ‘CMF’ หูฟังไร้สาย 3 รุ่นบุกตลาดไทย

‘Nothing’ เดินหน้าขยายตลาดเครื่องเสียงต่อเนื่อง หลังดึง ‘V’ จาก ‘BTS’ มารับบท Global Brand Ambassador คนใหม่ พร้อมเปิดตัว ‘Headphone (1) Pro’ หูฟังระดับพรีเมียมรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน ‘Nothing ประเทศไทย’ เปิดตัวหูฟังไร้สายภายใต้แบรนด์ ‘CMF by Nothing’ พร้อมกัน 3 รุ่น ตั้งแต่ราคา 1,099 บาท ไปจนถึง 3,999 บาท

ดึง V จาก BTS ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ‘Nothing’ ประกาศให้ V จาก BTS เป็น Global Brand Ambassador คนใหม่ พร้อมเปิดตัวแคมเปญสำหรับ ‘Headphone (1) Pro’ โดยถ่ายทำที่ ‘กรุงโซล’ และเล่าเรื่องผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ และการทดลองทางดนตรีของ V

การเลือก V เข้ามาร่วมงานตรงกับทิศทางของ ‘Nothing’ ที่พยายามเชื่อมแบรนด์เข้ากับวงการดนตรีและวัฒนธรรมมากขึ้น ก่อนหน้านี้ ‘Nothing’ ดึง ‘Charli XCX‘ เข้ามาเป็น Global Brand Ambassador และผู้ถือหุ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2569 รวมถึงเปิดตัว ‘Club Nothing’ กองทุนดนตรีที่สนับสนุนนักสร้างสรรค์ และคนทำงานกลางคืนรุ่นใหม่

เปิดตัว Headphone (1) Pro หูฟังระดับพรีเมียม

‘Headphone (1) Pro’ ถือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงที่ ‘Nothing’ วางตำแหน่งไว้สูงที่สุดในปัจจุบัน โดยเน้นกลุ่มคนที่ต้องการประสบการณ์ฟังเพลงที่ละเอียดและปรับแต่งได้มากกว่าหูฟังทั่วไป

ตัวหูฟังใช้ไดรเวอร์ 3 ตัว ประกอบด้วย Bass Dynamic Driver ขนาด 40 มม. Precision Dynamic Driver และ Treble xMEMS Driver รองรับช่วงความถี่ 20Hz-40kHz และ ‘Nothing’ ร่วมมือกับ ‘Metropolis Studios’ เพื่อปรับแต่งเสียง โดยมีทั้ง Flat EQ สำหรับเสียงที่เป็นกลาง โหมด Studio B และโปรไฟล์ Custom EQ อีก 5 รูปแบบ

นอกจากเรื่องเสียง ‘Nothing’ ยังให้ความสำคัญกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยใส่ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive Active Noise Cancellation และใช้ไมโครโฟน 10 ตัวเพื่อช่วยกรองเสียงรอบข้าง ขณะที่ตัวหูฟังใช้วัสดุอะลูมิเนียมและไทเทเนียม น้ำหนัก 327 กรัม และใช้งานได้นานสูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC

สำหรับ V มองว่า ‘Headphone (1) Pro’ ตรงกับแนวทางการสร้างสรรค์งานของเขา โดยเฉพาะการออกแบบที่เปิดพื้นที่ให้ทดลอง และแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

Headphone (1) Pro เปิดราคาที่ 399 ดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 13,400 บาท และเริ่มวางจำหน่ายในตลาดโลกผ่าน Nothing, Amazon, และ Best Buy ในอเมริกาเหนือ

ฝั่งไทยเปิดตัว CMF 3 รุ่น หูฟังไร้สาย เริ่มต้น 1,099 บาท

ขณะที่ ‘Nothing ประเทศไทย’ เปิดตัว ‘CMF by Nothing’ จับตลาดหูฟังไร้สาย โดยเปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ CMF Clip Pro, CMF Buds Pro 2, และ CMF Buds Neo ซึ่งแต่ละรุ่นต่างกันทั้งเรื่องดีไซน์ ราคา และการใช้งาน

รุ่นเริ่มต้นคือ ‘CMF Buds Neo’ ราคา 1,099 บาท เน้นความคุ้มค่า มาพร้อมไดรเวอร์ 12.4 มม. ระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับอัตโนมัติสูงสุด 35 dB และ Spatial Audio รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ และใช้งานรวมกับเคสชาร์จได้นานสูงสุด 52 ชั่วโมง โดยเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 4 ตุลาคม 2569

ถัดมาคือ ‘CMF Buds Pro 2’ ราคา 2,399 บาท เป็นรุ่นสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงและฟังก์ชันมากขึ้น ใช้ไดรเวอร์คู่ รองรับ LDAC และ Spatial Audio พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 dB รวมถึงมี Smart Dial บนเคสสำหรับควบคุมเสียงและการเล่นเพลง รุ่นนี้วางจำหน่ายแล้ว และเตรียมเพิ่มสีชมพูภายในเดือนตุลาคม

ส่วนรุ่น ‘CMF Clip Pro’ ราคา 3,999 บาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ ‘Nothing’ และ ‘CMF by Nothing’ ทำหูฟังแบบ Open-Ear ในรูปแบบคลิปหนีบหู ตัวหูฟังหนักเพียง 5.92 กรัมต่อข้าง และออกแบบให้ไม่ปิดรูหู ทำให้ผู้ใช้ยังได้ยินเสียงรอบข้างระหว่างใช้งาน เหมาะกับคนที่ต้องการใส่หูฟังระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ

ภาพรวมของการเปิดตัวครั้งนี้เห็นได้ชัดว่า ‘Nothing’ กำลังบุกตลาดเครื่องเสียงอย่างหนัก ทั้งผ่าน ‘Headphone (1) Pro’ และ ‘V’ จาก BTS ในการสร้างภาพแบรนด์ในตลาดระดับโลก และกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับดนตรี ดีไซน์ และประสบการณ์ ส่วนอีกด้านผ่าน ‘CMF by Nothing’ เข้ามาขยายฐานผู้ใช้ในตลาดที่ต้องการหูฟังราคาจับต้องได้มากขึ้น

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา