ยกระดับโรงงานครั้งใหญ่! Nissan ลงทุน 5,500 ล้านบาท ปรับโรงงานในสหรัฐฯ รับรถยนต์รุ่นใหม่

เป็นอีกก้าวสำคัญของ Nissan หลังประกาศลงทุนกว่า 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,500 ล้านบาท) ปรับปรุงโรงงานที่เมือง Smyrna รัฐ Tennessee ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรับการผลิตรถยนต์รุ่น Altima โฉมใหม่

Nissan Altima 2018 (Teana)

ก้าวใหม่ในการทำตลาดที่สหรัฐอเมริกา

การส่งสัญญาณรบของ Nissan ให้คู่แข่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่สหรัฐอเมริกาได้รับรู้ได้เกิดขึ้นแล้ว หลังผู้ผลิตรายนี้ได้ประกาศลงทุนกว่า 5,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานในเมือง Smyrna รัฐ Tennessee ที่ผลิตรถยนต์มาตั้งแต่ปี 2526 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้ดีกว่าเดิม

โดยเฉพาะกับรุ่น Altima หนึ่งในรถยนต์ซีดานขนาดกลางของ Nissan ที่ได้รับความนิยมในตลาดสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก และกำลังจะเปิดตัวโฉมใหม่ปี 2562 ในช่วงฤดูหนาวนี้ ซึ่งใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ทำให้โรงงานดังกล่าวต้องปรับปรุงอย่างหนักเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

สำหรับการลงทุนครั้งนี้ Nissan จะปรับปรุงเรื่องระบบเลเซอร์ที่ใช้เชื่อมโครงสร้างของรถยนต์รุ่น Altima, ปรับปรุงโรงพ่นสีที่ใช้ระบบ Polyurethane Stone Guard Coat Paint ให้สีทนทานยิ่งขึ้น รวมถึงติดตั้งระบบในการติดตั้งเทคโนโลยี ProPilot Assist หรือการควบคุมกึ่งอัตโนมัติให้กับรถยนต์รุ่นดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันนับตั้งแต่ Altima รุ่นที่ออกมาจากโรงงานในเมือง Smyrna รัฐ Tennessee เมื่อเดือนมิ.ย. 2535 ถึงปัจจุบันโรงงานนี้ก็ผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวมากว่า 4.6 ล้านคัน ถือเป็นหนึ่งในสามของจำนวนรถยนต์ที่โรงงานแห่งนี้ผลิตมากกว่า 13 ล้านคัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Leaf, Pathfinder, Rogue และแบรนด์ Infiniti รุ่น QX60

ทั้งนี้ Altima รุ่นใหม่นอกจากจะติดตั้งเทคโนโลยีกึ่งขับขี่อัตโนมัติแล้ว ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อครั้งแรกของรถยนต์ซีดานขนาดกลางแบรนด์ Nissan รวมถึงมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ โดยเครื่องยนต์ VC-Turbo คือตัวที่น่าจับตา ส่วนชื่อรุ่น Altima นั้นหากจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นจะใช้ชื่อรุ่นว่า Teana นั่นเอง

สรุป

การประกาศเกมรบในตลาดสหรัฐฯ ครั้งนี้ของ Nissan แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในตลาดรถยนต์ของกลุ่มพันธมิตร Renault-Nissan-Mitsubishi ที่กำลังเป็นเบอร์ 2 ของผู้ผลิตรถยนต์ขณะนี้ และหากครองตลาดสหรัฐฯ ได้อีก เป้าหมายอันดับหนึ่งก็คงอยู่ไม่ไกล

อ้างอิง // CNET

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา