ลือ กองทุนใหม่ทดแทน LTF คาดถือครอง 7 ปีปฏิทิน เน้นลงทุนหุ้นยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานรัฐบาล

หลังจากที่ LTF กำลังจะหมดอายุทางภาษีในปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำลังหาแนวทางในการออกกองทุนใหม่ทดแทนแล้ว

ภาพจาก Shutterstock

ในแต่ละปีจะมีเม็ดเงินของ LTF ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยประมาณปีละ 70,000 ถึง 80,000 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากที่สภาธุรกิจตลาดทุนเปิดเผยว่าเตรียมแผนสองถ้า LTF หมดอายุสิทธิทางภาษี แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนมากเท่าไหร่นัก แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปร่างมากขึ้นแล้ว

ลวรรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ได้กล่าวถึงกรณีนี้กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า สศค. กำลังหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนใหม่ ซึ่ง Brand Inside คาดว่าน่าจะเป็น สภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO โดยกองทุนรูปแบบใหม่ที่นำมาทดแทน LTF อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนที่รัฐบาลสนับสนุน ได้แก่ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน SME ฯลฯ

นอกจากนี้ ลวรรณ ยังได้กล่าวเสริมว่า กองทุนใหม่ยังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของ LTF ที่ไม่ได้ให้ประโยชน์แก่ผู้มีรายได้น้อย แต่ให้ประโยชน์แก่ผู้ที่มีรายได้สูงมากกว่า ในอดีตนั้น LTF มีไว้เพื่อที่จะต้องการให้นักลงทุนสถาบันเพิ่มมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย ขณะเดียวกันยังมีการหารือใน สศค. ว่าถ้าหากไม่มีกองทุนนี้แล้วจะกระทบกับตลาดหุ้นมากแค่ไหน

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับพิมพ์ได้รายงานโดยอ้างอิงถึงแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตน คาดว่ากองทุนใหม่นี้จะมีอายุถือครอง 7 ปีปฎิทิน ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 250,000 บาท จากเดิม 500,000 บาท โดยปีแรกที่เริ่มต้นกองทุนใหม่จะทยอยลดหย่อนภาษีเป็นขั้นบันใดเพื่อที่ป้องกันตลาดเกิดการ Panic คือ 400,000 บาท ลงไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่ 250,000 บาท สินทรัพย์ที่ลงทุนได้แก่ หุ้นเน้นความยั่งยืน กองทุนหรือหลักทรัพย์ประเภทโครงการโครงสร้างพื้นฐานของไทย ธุรกิจ SME รวมไปถึง 10 อุตสาหกรรมใหม่ใน EEC

คาดว่าหลังจากนี้ สศค. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และนำมาประกาศใช้หลังจากอนุมัติ อย่างไรก็ดีเรื่องเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ปัจจุบันเม็ดเงิน LTF ที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยมีขนาดประมาณ 390,000 ล้านบาท

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ