เมื่อ LTF ลดหย่อนภาษีไม่ได้ FETCO หารือคลังฯ เสนอรูปแบบกองทุนใหม่แทนที่ ชูวงเงินลงทุนสูง 30%

ใครที่ต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจเคยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) อยู่แล้วเงื่อนไขหลักคือ เมื่อซื้อแล้วต้องถือยาวกว่า 7 ปีปฏิทิน (แต่ถ้าซื้อใกล้ช่วงเวลาข้ามปีจะอยู่ราว 5 ปีกว่า) แต่สิ้นปี 2562 นี้กองทุน LTF กำลังจะหมดอายุกองสิ้นปี 2562 คือคนที่มีอยู่ยังถือต่อไปจนครบกำหนดแต่ซื้อเพิ่มไม่ได้แล้ว

รูปแบบกองทุนใหม่ที่จะมาแทนที่ LTF จะเป็นอย่างไร?

FETCO เตรียมเสนอคลัง ชี้รูปแบบกองทุนใหม่ต้องช่วยกลุ่มรายได้ปานกลาง-น้อย

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย บอกว่า ช่วงสัปดาห์หน้า (5 -11 ส.ค.62) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จะเข้าเสนอข้อมูลให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องการออกกองทุนรูปแบบใหม่แทนที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งจะหมดอายุภายในปี 2562 โดยรูปแบบของกองทุนใหม่จะเน้นให้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีในกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อยมากขึ้น ดังนั้นรูปแบบกองทุนใหม่ที่เสนอ จะมี 2 จุดเด่นคือ

  • กำหนดวงเงินการลงทุนสูงสุดได้ 30% ของรายได้ และยอดรวมไม่เกิน 250,000 บาท จากเดิมที่กำหนดให้ลงทุนสูงสุดที่ 15% ของรายได้ และยอดรวมไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนนี้จะทำให้ผู้มีรายได้ปานกลางและน้อยสามารถซื้อกองทุนได้มากขึ้น และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น
  • เสนอปรับเปลี่ยนประเภทของหลักทรัพย์ในกองทุนรวมรูปแบบใหม่ เป็นสัดส่วนการลงทุน 65% สามารถลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Infrastructure Fund) กลุ่มหุ้นยั่งยืนที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) รวมถึงหุ้น SME
ภาพจาก Shutterstock

LTF ติดลมบนขนาดกองทุนแตะ 300,000 ล้านบาท FETCO เชื่อสร้างคนไทยคุ้นเคยการลงทุน

ปัจจุบันกองทุน LTF มีขนาดกองทุนสูงกว่า 300,000 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์หลักในการตั้งกองทุน LTF คือ กระตุ้นคนไทยให้ลงทุนในตลาดทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันเป็นช่องทางในการออมระยะยาว จึงมองว่าข้อกำหนดให้ถือครองกองทุนอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน เหมาะสมแล้ว นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

“เสียงตอบรับจากกระทรวงการคลังในเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี โดยในสัปดาห์หน้าสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะเข้าไปอธิบายประโยชน์ต่างๆ ให้รัฐมนตรีคลังได้เห็น และส่วนตัวเชื่อว่าการลงทุนผ่านกองทุนในรูปแบบใหม่นี้จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนในหุ้นมากขึ้น การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีหากลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเงินออม-เงินลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากได้รับผลตอบแทนที่ดีก็จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวัยเกษียณได้”

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา