เมืองไทยประกันชีวิต รีแบรนด์ ‘เมืองไทยสไมล์คลับ’ ลดเบี้ยได้สูงสุด 15%

อะไรที่ทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็จะได้แบบเดิม เผลอๆ อาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเดินหน้าเร็วมาก

‘เมืองไทยประกันชีวิต’ จึงประกาศปรับ ‘เมืองไทยสไมล์คลับ’ ครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปี จากจุดเริ่มต้นในปี 2547 ที่เคยถูกมองเป็นเพียง ‘Loyalty Program’ สะสมแต้ม และแลกสิทธิพิเศษ 

วันนี้บริษัทขยับมันไปอีกขั้น โดยพยายามฝังสิทธิประโยชน์เหล่านี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแบบประกันโดยตรง และนิยามใหม่ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘พฤติกรรม’ กับ ‘ความคุ้มค่า’ หรือ ‘Behavior Platform’

‘สาระ ล่ำซำ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บอกว่า ธุรกิจประกันชีวิตมักถูกผูกกับภาพวันเจ็บป่วยหรือวันจากไป ทั้งที่ชีวิตคนมีมิติอื่นอีกมาก ตั้งแต่วันพักผ่อน วันท่องเที่ยว ไปจนถึงวันดูแลสุขภาพ แนวคิดใหม่จึงไม่อยากให้บริษัทเป็นแค่ผู้จ่ายเคลม แต่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า

การปรับครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการแบ่งกลุ่มลูกค้า จากเดิมที่อิงอายุ รายได้ หรือช่วงชีวิต ไปสู่การมองลึกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ บริษัทจึงดึงพาร์ทเนอร์ในหมวดสุขภาพ ความบันเทิง ร้านอาหาร และท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในระบบมากกว่า 500 แบรนด์ แล้วเปิดให้ลูกค้าเลือกสิทธิที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง

‘ฉัตรกนก ลพถนอมชาติ’ รองกรรมการผู้จัดการ เมืองไทยประกันชีวิต เสริมว่าหัวใจสำคัญคือ การย้ายสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมสะสมแต้ม มาเป็น ‘ฟีเจอร์’ ในแบบประกัน ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์จะได้รับคะแนน ‘Smile Point’ เพื่อแลกสิทธิพิเศษ ขณะเดียวกันยังมีสิ่งที่บริษัทเรียกว่า ‘Fit Point’ ซึ่งผูกพฤติกรรมสุขภาพเข้ากับส่วนลดเบี้ยประกัน

ระบบ Fit Point เปิดให้ลูกค้านำข้อมูลการเดิน การออกกำลังกาย หรือผลตรวจสุขภาพมาเชื่อมผ่านแอป ‘MTL Click’ โดยใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์อย่าง Apple Health, Garmin, หรืออุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ 

‘นาเดีย สุทธิกุลพานิช’ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เมืองไทยประกันชีวิต อธิบายว่า ทุกการขยับสามารถแปลงเป็นคะแนน และนำไปคำนวณส่วนลดเบี้ยประกันได้สูงสุด 15% ตัวชี้วัดหลักที่ใช้ประเมินมีเพียง 4 ค่า ได้แก่ BMI ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอลรวม ซึ่งสามารถอัปเดตผลได้ทุก 3 เดือน ระบบจะเลือกค่าที่ดีที่สุดมาคิดส่วนลด

ในมุมสิทธิประโยชน์ บริษัทยังแบ่งระดับสถานะสมาชิกเป็นหลาย Tier และให้สิทธิแบบ Instant Privilege ทันทีที่จ่ายเบี้ยประกันรายปี เช่น สิทธิร้านอาหาร บัตรคอนเสิร์ต หรือที่นั่งพิเศษในโรงละคร โดยไม่ต้องใช้คะแนนแลก

นอกจากนี้ ยังมี Product Privilege ที่ออกแบบเฉพาะตามประเภทแบบประกัน เช่น สิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือบริการแพทย์ทางไกล

‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ ซึ่งเป็นทั้งพรีเซนเตอร์และลูกค้าของบริษัท บอกว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ประกันไม่ใช่แค่เอกสารคุ้มครอง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะฟีเจอร์สะสมคะแนนจากการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์กระแสคนรุ่นใหม่ ที่สนใจเรื่องสุขภาพและอายุยืน

ทั้งหมดถูกรวมอยู่ในแอป MTL Click แอปเดียวที่ใช้จัดการทั้งกรมธรรม์ คะแนน และสิทธิพิเศษ บริษัทนิยามทิศทางใหม่นี้ว่าเป็นการก้าวจาก Loyalty Program ไปสู่ Behavior Platform โดยใช้สโลแกน ‘Happiness Starts with Smile’ และตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ผู้บริหารเรียกว่า ‘ประกันที่มีชีวิต’

ที่มา: งานแถลงข่าว “Happiness Starts with Smile”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา