ก่อนหน้านี้ Mono Technology หรือกลุ่ม Mono อาจเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์รวมความบันเทิงบนโลก Online แต่พอเข้าประมูลช่องทีวีดิจิทัลเมื่อ 4 ปีก่อน ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป แถมยังกลายเป็นอาณาจักรความบันเทิงเต็มรูปแบบ

อาณาจักรความบันเทิงในทุกช่องทาง
ปัจจุบันกลุ่ม Mono นั้นมีสื่อความบันเทิงแทบจะทุกช่องทางก็ว่าได้ เพราะนอกจากธุรกิจช่องทีวีดิจิทัลในชื่อ Mono 29 แล้ว ตัวธุรกิจเดิมๆ อย่างเว็บไซต์ MThai.com, ธุรกิจค่ายเพลง, ธุรกิจภาพยนตร์ และธุรกิจหนังสือ ก็ยังดำเนินอยู่ แถมยังเปิดตัวธุรกิจกีฬาที่เริ่มด้วยบาสเก็ตบอล และธุรกิจเกม
พิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บมจ.โมโน เทคโนโลยี เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้บริษัทไม่ใช่ศูนย์รวมความบันเทิงแค่บนโลก Online แต่คือ Omni-Channel ที่สามารถส่งมอบสื่อบันเทิงให้กับผู้บริโภคทุกช่องทาง หรือทุกหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์, โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์

“ตอนนี้เราคือ Universe of Entertainment ที่สามารถส่งมอบความบันเทิงหลากหลายรูปแบบให้กับผู้บริโภค และกลยุทธ์นี้ก็ทำให้ทางกลุ่มมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่ค่อนข้างดี โดยปีหน้าเราตั้งเป้ารายได้เติบโตที่ 20-30% จากปีนี้ที่น่าจะทำได้ราว 2,800 ล้านบาท”
เบอร์หนึ่งช่องทีวีดิจิทัลในระยะยาว
เมื่อเจาะไปที่ธุรกิจทีวีดิจิทัลของกลุ่ม Mono นั้น ทางบริษัทมีการตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ที่การมีเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่ง จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับสาม ผ่านเรตติ้งเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 12 ก.ย. อยู่ที่ 1.120 ห่างจากเบอร์หนึ่งอย่างช่อง 7 กับช่อง 3 ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยถึงเดือนก.ย. 1.866 และ 1.309 ตามลำดับ

“ทำธุรกิจอะไรก็อยากเป็นเบอร์หนึ่งทั้งนั้น แต่ผมเชื่อว่าปีหน้า Mono 29 จะแซงขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของเรตติ้งโทรทัศน์ได้ ผ่านความแข็งแกร่งด้านเนื้อหา นอกจากนี้เรายังสร้างรายได้ผ่านอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยที่ 40,000 บาท/นาที และสูงสุดในช่วง Prime Time ที่ 1.5-2 แสนบาท/นาที ด้วย”
สำหรับรายได้ของกลุ่ม Mono นั้นปัจจุบันมาจากธุรกิจโทรทัศน์ 70% ส่วนอื่นๆ นั้นจะคละกัน ซึ่งปีนี้บริษัทได้ลงทุนด้านเนื้อหาไปกว่า 1,200 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อภาพยนตร์ และซีรีส์เข้ามาแพร่ภาพในช่องทางต่างๆ รวมถึงผลิตภาพยนตร์ และ Original Series เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ และช่องทางของตัวเองเช่นกัน

Online ไม่ทิ้ง แถมเตรียมแบ่งโฆษณาจากต่างชาติ
“ในฝั่งสื่อโทรทัศน์ผมไม่ค่อยห่วง เพราะมันแข็งแรงแล้ว แต่ในฝั่ง Online นั้นปัจจุบันเม็ดเงินโฆษณามันไหลไปให้กับบริษัทต่างชาติเยอะ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันคงไม่ดีถ้าปล่อยอย่างนั้นต่อไป ดังนั้นเราก็จะลงทุนเรื่อง Online Platform ให้แข็งแกร่ง และสามารถแย่งส่วนแบ่งโฆษณา Online หลายหมื่นล้านบาทมาให้ได้ด้วย”
ทางฝั่ง Online ที่เราค่อนข้างแข็งแกร่งมาโดยตลอดนั้น นอกจากเว็บไซต์ MThai และเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีผู้เข้าชมรวมกันกว่า 35 ล้านคน/เดือน ก็ยังมีบริการ Online อื่นๆ เช่น MONOMAX บริการรับชมภาพยนตร์ Online, เกม และ Tutor Me ที่มียอด Download ใช้งานกว่า 2.5 ล้านครั้งด้วย

ดังนั้นเมื่อรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน กลุ่ม Mono ก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว่า 10 ล้านคนภายใน 1 ชม. ถือเป็นการเติบโตในรูปแบบ Omni-Channel ที่แทบจะสมบูรณ์แบบ และน่าจับตามองในฐานะธุรกิจสื่อบันเทิงในประเทศไทยว่าจะมีรายอื่นสามารถทำได้แบบนี้หรือไม่
สรุป
กลุ่ม Mono นั้นเติบโตในช่วงหลังอย่างรวดเร็ว เพราะช่องทีวีดิจิทัล Mono 29 นั้นได้รับความนิยม และบางสถานที่ก็เปิดแช่เอาไว้เลยด้วย และถึงจะมีคนเคยดูถูกว่าฉายแต่หนังจะขายโฆษณาได้เหรอ ทางบริษัทก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยเรตติ้ง และราคาโฆษณาที่ปรับขึ้นมาแล้วด้วย ยิ่งปีหน้ากลุ่ม Mono จะลงทุนเนื้อหาเพิ่มอีก 20% ก็ยิ่งน่ากลัวกว่าเดิม
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา