ประเทศไทย ประกาศเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด Miss World ครั้งที่ 69 รอบสุดท้าย ปลายปีนี้

มิสเวิลด์ออร์แกไนเซชั่น นำโดย จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอ ประกาศอย่างเป็นทางการว่า การประกวดมิสเวิลด์ครั้งที่ 69 รอบสุดท้าย จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการประกวดมิสเวิลด์ที่จะยกเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประกวดรอบชิงชนะเลิศซึ่งใช้เวลาทั้งหมดรวมหนึ่งเดือนมาจัดขึ้นในประเทศไทย

มิสเวิลด์เป็นการประกวดนางงามระดับนานาชาติที่จัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกนับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1951 (พ.ศ.2494) ตัวแทนผู้เข้าประกวดมิสเวิลด์ 2019 จาก 130 ประเทศมีกำหนดจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เพื่อเก็บตัวก่อนเข้าประกวดรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม โดยตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนในเมืองไทย ผู้เข้าประกวดทุกคนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมของกองประกวด ณ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงต่างๆ ของเมืองไทย รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการ Beauty With A Purpose เพื่อบริจาคช่วยเหลือองค์กรการกุศล

การประกวดมิสเวิลด์ครั้งล่าสุดในปีที่ผ่านมาจัดขึ้นที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ผ่านมาการประกวดมิสเวิลด์มีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจีน โดยสาวงามจากประเทศจีนที่ครองมงกุฏมิสเวิลด์แล้ว 2 คน ได้แก่จางจื่อหลิน ในปี ค.ศ. 2007 และ หยูเหวินเซียะ ในปี ค.ศ. 2012

สำหรับโชว์การประกวดมิสเวิลด์รอบสุดท้ายที่หลายคนตั้งตารอนั้น จะถ่ายทอดสดไปยังกว่า 100 ประเทศ ทั่วโลก  ผู้ชมจะได้รับชมภาพประวัติศาสตร์ที่ วาเนซา ปอนเซ เด เลออน มิสเวิลด์คนปัจจุบันสวมมงกุฏให้กับสาวงามที่จะได้รับตำแหน่งเป็นมิสเวิลด์คนที่ 69 ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นยังมีแขกรับเชิญพิเศษที่เข้าร่วม คือ มิสเวิลด์คนปัจจุบัน วาเนซา ปอนเซ เด เลออน และราชินีความงามประจำภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก (Continental Queen) จากการแข่งขันมิสเวิลด์ 2018 ได้แก่ นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ สาวงามตัวแทนของประเทศไทยเจ้าของตำแหน่งมิสเวิลด์เอเชียมาเรีย เวสิเลวิช มิสเวิลด์ยุโรป จากเบลารุสกาดิยาห์ โรบินสัน มิสเวิลด์คาริบเบียน จากจาเมกาเจสสิกา ไทสัน มิสเวิลด์โอเชียนเนีย จากนิวซีแลนด์ควิน อเบนาเคียว มิสเวิลด์แอฟริกา จากยูกันดาโซลาริส บาร์บา มิสเวิลด์อเมริกา จากปานามา และ ลินซี แม็คลิลแลนด์ มิสเวิลด์สหราชอาณาจักร จากสกอตแลนด์ 

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา