LINE ประกาศเป็นเมืองท่าบนมือถือ รวบสื่อสาร บริการ สินค้า ให้ครบจบในที่เดียว

หนึ่งในแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่คนไทยทุกคนต้องมีคือ LINE ไม่ว่าจะสื่อสารติดต่อพูดคุย เล่นเกม ส่งสติกเกอร์ ไปจนถึงขายของออนไลน์ ล่าสุด LINE บุกหนักขึ้นด้วยการประกาศตัวเป็น Mobile Portal ตั้งเป้าให้ทุกกิจกรรมครบและจบในที่เดียวบนมือถือ มีทั้ง LINE TV, LINE Today ไว้ติดตามข่าวสาร และระบบ Chatbot ที่เหมาะกับร้านค้าออนไลน์

LINE ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางออนไลน์มือถือ

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เล่าถึง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมาร์ทโฟนเริ่มทรงอิทธิพลมากขึ้น “โลกที่เราอยู่มันเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณก็ไม่ทันโลก” LINE ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมจึงต้องปรับให้ทันการเคลื่อนไปของวิถีชีวิตคนไทย เพราะจากข้อมูลของ LINE ระบุว่า ในปี 2016 มีคนไทยใช้บริการ Line อยู่ที่ 94% หรือคิดตามจำนวนประชากรไทยจะตกอยู่ที่ราวๆ 41 ล้านคน

“หลายๆ บริการของ LINE เกิดขึ้นในไทยเป็นที่แรก สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญอีกแห่งของ LINE”

การขยับของ LINE ในครั้งนี้ตั้งเป้าให้ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต เพราะ LINE จะไม่วางตัวเองไว้แค่การสื่อสารอีกต่อไปแล้ว เพราะจะขยับขยายตัวเองไปสร้างความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ ดูได้จากการส่ง LINE TV เข้ามาในไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึง LINE Today ที่เปิดตัวไปไม่นาน กำลังจะก้าวเป็นอีกฟีเจอร์ที่จะทำให้คนใช้เวลาอยู่ใน LINE ได้นานขึ้น เพราะทั้งพูดคุยสื่อสาร ทั้งเสพย์คอนเทนต์ ยังรวมไปถึงตามข่าวสารจากจากใน LINE ได้ชนิดที่ไม่ต้องออกจากแอพพลิเคชั่น เพราะครบและจบในที่เดียว

LINE บุก TV ข่าวสาร ถึงร้านค้าออนไลน์

LINE จะจับมือกับพันธมิตรกลุ่มใหม่ๆ ในหมวด TV มากขึ้น เพราะความต้องการหลักคือย้ายคอนเทนต์จาก TV มาลงสู่ออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเน้นคอนเทนต์ไปที่กีฬา ความสวยความงาม จากแต่เดิมที่มีละคร บันเทิง และการ์ตูนที่มีอยู่เดิมแล้ว โดยพันธมิตรที่ LINE จะจับไปมือด้วยมีดังนี้คือ ช่อง 8, พีพีทีวี, ไทย ไฟท์ และจีบัน

LINE ย้ำว่า ไม่ได้ต้องการเข้ามาเป็นคู่แข่ง หรือขัดขวางการทำธุรกิจในแบบเดิม โดยเฉพาะในธุรกิจทีวี เพียงแต่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพาร์ทเนอร์ เพราะถ้าพาร์ทเนอร์แข็ง เราก็แกร่งไปด้วยกัน

ส่วน LINE Today ถือเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาไลน์เพื่อให้ติดต่อตามข้อมูลข่าวสารจากทั่วฟ้าเมืองไทย พันธมิตรด้านข่าวก็นับว่ารวมตัวกันแทบจะหมดเมืองไทย ทั้งสื่อใหญ่-สื่อเล็กมารวมตัวกันที่ LINE เกือบทั้งหมด

ฟีเจอร์นี้ LINE บอกว่า เติบโตอย่างรวดเร็วมาก แต่ยังพัฒนาไปไม่สุด เพราะทุกวันนี้ข่าวสารยังขึ้นมาเหมือนกันหมดทุกไอดี แต่ต่อไปจะคัดแยกข่าวตามความสนใจของผู้ใช้บริการ

ต่อไปคือ Chatbot ตัวนี้น่าสนใจ เพราะ LINE จะส่งเสริมให้ธุรกิจทั้งหลายไม่ว่าใหญ่เป็นบริษัทหรือเล็กระดับสตาร์ทอัพ ให้เข้ามาใช้บริการ Chatbot ของ LINE เพื่อจะเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าด้วยการให้ลูกค้าสามารถมีบทสนทนาหรือคำถามกับ Chatbot ได้ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือบริษัทไม่ต้องเสียเวลาในการตอบคำถามเหล่านี้ประจำวัน

Chatbot ของ LINE จะเริ่มต้นใช้งานกับตัว LINE Finance ซึ่งเป็นอีกตัวที่ LINE จะเปิดให้ใช้บริการเกี่ยวกับการเงิน โดยเบื้องต้น LINE Finance จะใช้บริการในการเทรดกองทุน แต่ยังไม่รวมไปถึงการซื้อขายหุ้นในตลาด

ทั้งนี้ Chatbot ของ LINE จะมีพาร์ทเนอร์ที่สำคัญเข้ามาร่วมด้วย เช่น Uber, Wongnai, Citibank, FWD, Lazada, Krungthai AXA, Maybank, Shell และ Uniliver

LINE ยังเน้นว่า Chatbot ตัวนี้จะเพิ่มรายได้ให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน เพราะผู้บริโภคจะเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นทั้งการซื้อขายและโปรโมทสินค้าไปในคราวเดียวกันอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น Wongnai ที่ใช้บริการ Chatbot ของ LINE พบว่า ยอดผู้ติดตามวงในที่มีอยู่ 4 ล้านคน มีคนเข้าใช้บริการ Chatbot ถึง 2.5 ล้านครั้ง

นอกจากนั้น ยังมีบริการ LINE Man ที่เปิดตัวไปแล้ว โดยเป็นบริการรับส่งพัสดุให้กับคนขายสินค้าออนไลน์ E-commerce เป็นการเชื่อม 2 โลกทั้งออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน เพราะบริการ LINE Man มีคนใช้บริการ 400,000 คนต่อเดือน มีร้านค้าร่วมกว่า 20,000 ร้าน และ LINE ยังจะเปิดตัวฟีเจอร์ Beacon ให้ร้านค้าต่างๆ เชื่อมต่อบริการผ่านระบบ Blutooth ให้สามารถนำเสนอบริการและโปรโมชั่นตรงถึงลูกค้าได้เลย

LINE ประกาศตัวเป็น Mobile portal ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ศูนย์กลางดิจิทัล

สรุป

LINE ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ศูนย์รวมดิจิทัลในปี 2017 ด้วยการผลักดันคอนเทนต์ของ LINE TV ให้เข้มข้นผ่านพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการพัฒนา LINE Today ไว้ติดตามข่าวสารอย่างครบถ้วน นอกจากนั้นยังมี Chatbot ที่ LINE เน้นว่าจะสร้างความสะดวกสบายและกำไรให้ลูกค้าได้อย่างมหาศาล ส่วน LINE Man บริการส่งสินค้าก็จะขยายต่อไปอีกตามการเติบโตของตลาด

จากแนวโน้มที่ LINE มองแล้วว่าปี 2017 กระแสดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีที่แล้ว รวมถึงยอดผู้ใช้งานที่สูงกว่า 40 ล้านคน จึงทำให้ LINE พร้อมในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลตั้งแต่คอนเทนต์บนทีวี ข่าวสาร ไปถึงจนถึงการซื้อขายสินค้าบนออนไลน์

ส่วนรายได้ของ LINE ที่แต่เดิมมาจากเกม สติกเกอร์ และโฆษณา หลังจากนี้เราจะได้เห็นการขยับขยายรายได้จากช่องทางอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments