ลี เซียนลุง: อ่านวิสัยทัศน์นายกฯ สิงคโปร์ผ่านสุนทรพจน์วันชาติ เน้น 3 เรื่องใหญ่ งาน-การศึกษา-โลกร้อน

ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันชาติสิงคโปร์ประจำปี 2019 มีหลายเรื่องที่พูดถึงทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา งาน และการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

Brand Inside สรุป 3 ประเด็นใหญ่ที่ถือเป็นความท้าทายของสิงคโปร์ผ่านวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ

Lee Hsien Loong
Lee Hsien Loong Photo: Getty Images

ขยายอายุการทำงาน เพิ่มฐานเงินเดือน ให้สอดคล้องกับสภาพสังคม

ลี บอกว่า ประชาชนชาวสิงคโปร์มีชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุที่ยืนนานขึ้น ดังนั้นพวกเขาควรที่จะได้รับการสนับสนุนเขิงนโยบายจากรัฐบาลให้สามารถทำงานได้นานขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศแผนไว้ว่า ภายในปี 2030 จะขยายอายุเกษียณ (retirement age) จากเดิม 62 ปี ไปอยู่ที่ 65 ปี ส่วนอายุในการจ้างงาน (re-employment age) จะขยายไปอยู่ที่ 70 ปี จากเดิมที่ 67 ปี รวมถึงจะเพิ่มอัตราเงินได้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ CPF (Central Provident Fund) สำหรับประชาชนชาวสิงคโปร์ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปด้วย

ฟังเต็มๆ ได้ในคลิปนี้

ประชาชนชาวสิงคโปร์ต้องเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น

ทุนการศึกษาสำหรับครอบครัวชนชั้นกลางเพื่อเด็กก่อนวัยเรียนในสิงคโปร์รูปแบบใหม่ จะทำให้มีครอบครัวอีกกว่า 3,000 ครอบครัวได้รับทุกการศึกษาเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่รัฐบาลจะนับเฉพาะครอบครัวที่มีรายรับ 7,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนมาอยู่ที่ 12,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน โดยรัฐบาลได้วางแผนว่าจะเพิ่มอัตราเงินทุนการศึกษาให้กับเด็กก่อนวัยเรียนจากเดิมที่ 50% เป็น 80%

นอกจากนั้น รัฐบาลสิงคโปร์จะเพิ่มทุนการศึกษาในระดับชั้นมหาวิทยาลัยจากเดิม 50% เป็น 75% และสายอาชีวศึกษาจะเพิ่มทุนการศึกษาจากเดิมที่สนับสนุน 80% เป็น 95% และยังรวมไปถึงทุนการศึกษาสายไอทีและด้านการแพทย์ที่จะได้รับการพิจารณาให้เพิ่มอัตราเงินทุนขึ้นด้วย

สิงคโปร์พร้อมสู้กับภาวะโลกร้อน

ลี บอกว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างเห็นได้ชัด ดูได้จากอากาศที่ร้อนขึ้นหรือพายุฝนกระหน่ำที่หนักกว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลการศึกษาของ Swiss จะพบว่า ภายในปี 2050 หลายประเทศในโลกจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกในระดับที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

สิ่งที่สิงคโปร์จะทำคือการเรียนรู้ประสบการณ์จากเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะมาตรการในการป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น นอกจากนั้นจะทุ่มงบประมาณกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์และสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันชายฝั่งสิงคโปร์จากอัตราน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติโลกร้อน และที่สำคัญจะมีการแก้กฎหมายให้ผู้ก่อสร้างอาคารในสิงคโปร์จะต้องสร้างอาคารให้อยู่เหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยระดับ 4 เมตร หรือในบางพื้นที่จะต้องสร้างสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 5 เมตร

ที่มา – Straitstimes, Channelnewsasia, Business Insider Singapore

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา