อเวนเจอร์รวมตัว?

เวลาพูดถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของไทย หลายคนอาจนึกถึงการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรม แต่รู้ไหมว่า ทุกวันนี้ ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ กำลังมีบทบาทมากขึ้น?
‘จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว’ เลขาธิการและที่ปรึกษาสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย เผยว่า ปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัลนับเป็นสัดส่วนราว 10% ของ GDP ประเทศไทย โดยคาดว่าปีนี้จะสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท และอาจเพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ในปีหน้า
ขณะเดียวกัน รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉบับล่าสุดของ Google, Temasek และ Bain & Company พบว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 16% โดยมีภาค ‘อีคอมเมิร์ซ’ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล
จากข้อมูลนี้ ‘จิระวัฒน์’ มองว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจึงไม่ใช่แค่ “ภาคส่วน” อีกต่อไป แต่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับการเติบโตประเทศ และเป็นความหวังในการทำให้ไทยก้าวข้ามผ่านการเป็นประเทศรายได้ระดับปานกลาง
ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล วันนี้ กลุ่มผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลยักษ์ใหญ่อย่าง Lazada, Shopee, LINE MAN และ Grab จึงได้มารวมตัวกันผนึกกำลังเป็น ‘สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย’ (Thai Digital Platform Trade: TDPA) อย่างเป็นทางการ
เป้าหมายคือเป็นคนกลางในการประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน

แม้จะเป็นคู่แข่งกันโดยตรง แต่ในนามสมาคมฯ แล้ว เป้าหมายของพวกเขาคือ “ส่งเสริมเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขัน”
จิระวัฒน์กล่าวว่า ในยุคดิจิทัล ร้านค้าสามารถขายสินค้าได้ในจำนวนมหาศาล โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตลาด พร้อมเครื่องมือเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ส่งผลให้ผู้คนจากหลายหลายภาคส่วนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กัน ทั้งภาครัฐ ผู้ขาย ผู้ซื้อ และแพลตฟอร์ม
แต่คำถามคือ พวกเขาจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ไม่เกิดความขัดแย้ง? และความสัมพันธ์นี้จะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในเชิงเศรษฐกิจได้อย่างไร?
ทางสมาคมฯ จึงตั้งใจที่จะสร้าง ‘ระบบนิเวศ’ ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
เชื่อมั่นในความเป็นกลาง การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการส่งเสริมทักษะ

จากเป้าหมายดังกล่าว ทางสมาคมฯ จึงจะยึดหลักการทำงานผ่านค่านิยม 4 ข้อ ได้แก่
- ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม: เป็นกลางในฐานะตัวแทนแพลตฟอร์มทั่วไทย ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก พร้อมส่งเสริมโอกาสให้แพลตฟอร์มใหม่ๆ รวมถึง SMEs เติบโตอย่างแท้จริง
- การกำกับดูแลที่เน้นไปยังวัตถุประสงค์: ร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายกับนโยบายที่ตอบโจทย์สาธารณะอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
- ความโปร่งใสและความไว้วางใจ: ยกระดับมาตรฐานด้านข้อมูล ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภคให้อยู่ในระดับที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัล
- ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาส: ช่วยให้ภาคสินค้า-บริการแบบดั้งเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัล พร้อมจัดทำคู่มือและเวิร์กช็อปที่ปรับให้เหมาะกับ SMEs โดยเฉพาะ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อนำทางสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่
Lazada-Shopee-LINE MAN-Grab เชื่อในศักยภาพของแพลตฟอร์มตนเอง

การก่อตั้งครั้งนี้มี ‘พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี’ ประธานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ของ Lazada นั่งตำแหน่งนายกสมาคมฯ โดยเป็นการเลือกจากสมาชิกสามัญ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากอีก 3 บริษัท และจะมีการเลือกใหม่ในทุก 2 ปี
แต่ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน ทาง Lazada, Shopee, LINE MAN และ Grab ต่างก็เชื่อว่า แพลตฟอร์มของตนเองสามารถช่วยผลักดันให้สมาคมฯ บรรลุวัตถุประสงค์หลักได้ อาทิ
- Lazada กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดอีคอมเมิร์ซเข้าสู่ยุค Confidence Commerce แล้ว ซึ่งหมายถึงผู้ซื้อและผู้ขายต้องการความมั่นใจในการติดต่อร่วมกัน ฉะนั้น แพลตฟอร์มก็ต้องสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น รวมถึงเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้ร้านค้าได้
- Shopee ในฐานะแพลตฟอร์มที่อยู่มานานถึง 11 ปี มองว่า การที่ร้านเล็กๆ สามารถเติบโตจนประสบความสำเร็จในต่างประเทศได้ เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงโครงสร้าง โดย Shopee เองก็จะเข้ามาช่วย เพื่อให้ร้านค้าต่างๆ สามารถขายของง่ายขึ้น ผ่านการพัฒนาระบบและเครื่องมือตามฟีดแบ็ก
- LINE MAN เป็นเพียงบริษัทแห่งเดียวในที่นี้ที่พัฒนาโดยคนไทย และให้บริการคนไทยเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้องค์กรเชื่อว่า จะตอบโจทย์คนไทยจนถึงระดับอำเภอ แถมในบริษัทยังมีบุคลากรฝ่ายเทคโนโลยีกว่า 600 คนด้วย ทำให้สร้างนวัตกรรมเองได้
- Grab ต้องการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง จึงมองว่า ไม่ว่าจะกลุ่มคนตัวเล็ก SMEs หรือคนขับ ทางบริษัทก็อยากให้เติบโตไปพร้อมกัน และมีทรัพยากรเทคโนโลยีกับดาต้ามาช่วยเสริม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ ไม่ปิดกั้นในการรับสมาชิกใหม่ๆ โดยมีเงื่อนไขคือต้องเป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในไทย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 200 รายแล้ว
จิระวัฒน์ระบุว่า สมาคมฯ ยินดีต้อนรับธุรกิจทุกขนาด โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นอีคอมเมิร์ซหรือบริการส่งอาหารเหมือนสมาชิกปัจจุบันเท่านั้น เพราะต้องการความเห็นที่หลากหลาย แล้วจึงรวบรวมไปเสนอแก่รัฐบาล เพื่อให้ภาครัฐดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและง่ายมากขึ้น
Brand Inside มองว่า เป็นความตั้งใจที่ดีที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 มารวมตัวกันเป็นสมาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไปข้างหน้า เพราะมันอาจถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องหยุดพึ่งพาแต่เครื่องยนต์เก่าๆ ที่ใกล้ดับเต็มทน และหันมาผลักดันศักยภาพใหม่ๆ แทนเสียที
หมายเหตุ: Brand Inside เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท LINE MAN Wongnai
- สั่งของต้องเลือก ‘ขนส่ง’ ได้! นักวิชาการ มธ. ชี้หมดยุคอีคอมเมิร์ซผูกขาด กฏหมายใหม่ จะคืนสิทธิ์ให้ผู้ซื้อผู้ขายกำหนดเอง
- ‘แบรนด์ไทย’ กลายเป็น ‘ตัวท็อป’ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Lazada บอกเพราะเข้าใจคนไทย ต้องออกของใหม่ตลอด
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา