KTB เปิดงบ Q3 ปี 2561 กำไรสุทธิโต 33.5% ผลจากการลดตั้งสำรองหนี้สูญ

กรุงไทยเปิดผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2561 กำไรสุทธิโต 33.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รับผลดีจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง 38.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารล่าสุดที่ปลัดกระทรวงการคลังขอความร่วมมือ (ภาพจาก Shutterstock)

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บอกว่า ธนาคารกรุงไทยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2561 ที่ 7,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สูญ จำนวน 6,084 ล้านบาท ลดลง 38.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญอย่างสม่ำเสมอ

​สำหรับสินเชื่อของธนาคาร ณ 30 กันยายน 2561 อยู่ที่ 1,980,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน โดยมาจากสินเชื่อภาครัฐที่ขยายตัวได้ดี และสินเชื่อรายย่อยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินฝากอยู่ที่ 2,007,392 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน

ธนาคารยังคงควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้(NIM) อยู่ที่ 3.12% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.10%

และรักษาระดับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ในไตรมาส 3/2561 ไว้ที่ 122.59% ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสิ้นมิ.ย.2561 ที่ 123.54% และสิ้นปีก่อนที่ 121.71% เพื่อให้เป็นไปตามหลักความระมัดระวังรอบคอบ

ภาพจาก Shutterstock

ส่วนกำไรสุทธิของธนาคารในช่วง 9 เดือนอยู่ที่ 22,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 2.1% ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio (gross)) ณ 30 กันายน 2561 อยู่ที่ 4.42% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4.52%

สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคาร (งบการเงินเฉพาะธนาคาร) ณ 30 กันยายน 2561 อยู่ที่ 17.82% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ที่ 17.45% มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 13.92% โดยเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารได้มีการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเกณ์ของธปท.และครอบคลุมถึงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments