กรุงศรีจับมือกับ BlackRock บลจ. รายใหญ่ของโลก เสริมแกร่งธุรกิจ Wealth Management

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้จับมือกับ BlackRock บลจ. รายใหญ่ของโลก ในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังถือว่าเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ Wealth Management ไปในตัวด้วย

Krungsri BlackRock

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ประกาศเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ BlackRock หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเสริมศักยภาพบริการด้านการให้คำปรึกษา การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งของธนาคารที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 300,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นทั้งลูกค้าของ Krungsri Prime และ Krungsri Exclusive

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว BlackRock จะให้การสนับสนุนกรุงศรีในหลายมิติไม่ว่าจะเป็น การทบทวนกลยุทธ์ของแพลตฟอร์มของกองทุนต่าง ๆ ที่กรุงศรีเสนอขายให้กับลูกค้า แนวทางในการกระจายการลงทุน การเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือก ข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจมหภาค การจัดสรรเงินลงทุน และผลการดำเนินงานของการลงทุนประเภทต่างๆ การพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า  ตลอดจนการให้ความรู้และฝึกอบรมทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น การประเมินประเภทของสินทรัพย์ การตัดสินใจเชิงมหภาค การปรับสัดส่วนการลงทุนไปตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา และการประเมินปัจจัยความเสี่ยงด้านต่างๆ

พงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การร่วมมือกับ BlackRock จะเสริมความแกร่งให้กับธุรกิจบริการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งของกรุงศรี เนื่องจากจุดแข็งของ BlackRock มีประสบการณ์ยาวนานในการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลาง กองทุนบำเน็จบำนาญ สถาบันการเงินต่างๆ

สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ BlackRock ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักคือ ETF ของบริษัทที่มีชื่อว่า iShares ซึ่งแยกย่อยตามประเภทของสินทรัพย์ หรือแม้แต่ทวีป จนถึงระดับประเทศ ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้หลากหลายและเพิ่มความสะดวก

สิ่งที่ลูกค้าของกรุงศรีจะได้รับคือ โอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่พัฒนาขึ้นเฉพาะทั้งในประเทศและต่างประเทศ พงษ์อนันต์ ยังได้กล่าวเสริมว่า “ลูกค้าของกรุงศรีจะสามารถวางแผนปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ในงานยังมีการเปิดตัวกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลคอร์อโลเคชั่น (KFCORE) ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือดังกล่านี้ ซึ่งกองทุนจะใช้กลยุทธ์ Tactical Asset Allocation ซึ่งจะลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงด้วยการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย เพื่อรับมือทุกสภาวะเศรษฐกิจ ไม่เพียงแค่นั้นกองทุนยังสามารถปรับพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็วตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงจากสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Content Writer ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ กลุ่ม TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ (M&A) นโยบายทางเศรษฐกิจของไทยและต่างประเทศ รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยทางธุรกิจที่น่าสนใจ Market Tips or News contact: wattanapong at wongnai.com