กรุงศรี มองเศรษฐกิจไทยปี 2025 ยังผันผวน แม้ใช้จ่ายภาครัฐ และท่องเที่ยวช่วยกระตุ้น แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม และนโยบายระดับโลกกดขีดจำกัดการเติบโต ทำธนาคารตั้งเป้ายอดสินเชื่อเติบโตในปี 2025 ที่ 2-4% พร้อมขยับเป้าหมายสินเชื่อสีเขียวกว่าเท่าตัวสู่ 2.5 แสนล้านบาท สวนทางทรัมป์ 2.0 ส่วนเรื่องลดดอกเบี้ยยังอยู่ระหว่างหารือ
เศรษฐกิจไทยปี 2025 ยังท้าทาย
เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังว่า ปี 2025 ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยยังอยู่ในความท้าทาย แม้จะมีปัจจัยบวกต่าง ๆ เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ, ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว และการเติบโตเล็กน้อยของภาคธุรกิจ
แต่เรื่องเหล่านี้ยังถูกกดขีดจำกัดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และนโยบายต่าง ๆ ในระดับโลก เช่น นโยบายการค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเหล่านโยบายใหม่ที่ออกมาล้วนกระทบเศรษฐกิจไทยไม่มากก็น้อย ทั้งยังมีปัจจัยลบภายในประเทศ เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อีกด้วย
จากปัจจัยดังกล่าวทำให้กรุงศรีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2025 จะเติบโตเพียงเล็กน้อย หรือ 2.7% เท่านั้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่เติบโตราว 2.5% ซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยนั้นส่งผลต่อภาพรวมแผนธุรกิจของกรุงศรีเช่นกัน
ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 2-4% ในปี 2025
ในปี 2025 กรุงศรีตั้งเป้ายอดสินเชื่อกลับมาเติบโต 2-4% จากปี 2024 หดตัว 6% จนส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2024 ลดลง 9.7% เหลือ 29,700 ล้านบาท โดยการกลับมาเติบโตของสินเชื่อจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (คอร์ปอเรต) ที่จะเพิ่มขึ้น 5-7% จากปี 2024 ที่ลูกค้ากลุ่มนี้ชะลอ และมีความต้องการน้อย
ส่วนลูกค้ากลุ่ม SME และกลุ่มลูกค้ารายย่อยจะแทบไม่เติบโต เนื่องจากการมีหนี้ครัวเรือนสูงทำให้ธนาคารต้องให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น หรือเต็มที่ในการเติบโตจะอยู่ในอัตรา Low Single Digit ด้านกลุ่มบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีโอกาสเติบโตราว 5-7% เช่นเดียวกับลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่
นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าในกลุ่มอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตราว 3-5% ส่วนอัตรา NPL ในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นในปี 2025 เป็น 3.25-3.5% จากปี 2024 อยู่ที่ 3.23% อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองของธนาคารจะมีแนวโน้มลดลงที่ 2-2.3% เมื่อเทียบกับปี 2024
ปรับเป้าสินเชื่อสีเขียวโตกว่าเท่าตัวสู่ 2.5 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันกรุงศรียังปรับเป้าหมายโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) หรือสินเชื่อสีเขียวที่นำไปใช้เพื่อนโยบาย ESG จาก 1 แสนล้านบาทในปี 2030 เป็น 2.5 แสนล้านบาท เนื่องจากในปี 2024 ทางธนาคารได้ให้สินเชื่อกลุ่มนี้ได้กว่า 90,000 ล้านบาท
“ความต้องการเรื่อง ESG Finance ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านรัฐบาลไทยให้การสนับสนุน ส่วนฝั่งธุรกิจต่าง ๆ ที่ยังทำธุรกิจกับสหรัฐ และยุโรปก็ยังต้องเดินหน้าเรื่องนี้ ทั้งกรุงศรีเองทำเรื่องนี้มานาน จนเป้าหมายสามารถเดินหน้าจาก 1 แสนล้านบาท เป็น 2.5 แสนล้านบาท ได้”
กรุงศรี มีการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวให้กับบริษัทท้องถิ่น เช่น บมจ. ไทยเบฟเวอร์เรจ และ บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่ออย่าง โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) โดยปัจจุบันนโยบายในสหรัฐอเมริกา และยุโรปเริ่มลดความเข้มข้นในเรื่อง ESG โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา
หารือเรื่องลดดอกเบี้ย หวังยอดคุณสู้เราช่วย
กรุงศรี ย้ำว่า ปัจจุบันทางธนาคารอยู่ระหว่างหารือเรื่องพิจารณาลดดอกเบี้ย หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.25% หลือ 2.00% ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางธนาคารได้ประมาณการไว้อยู่แล้วเกี่ยวกับการตัดสินใจลดดอกเบี้ย และมองหลังจากนี้น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% ไว้อีกระยะหนึ่ง
ในทางกลับกันโครงการของรัฐบาล เช่น คุณสู้เราช่วย มีผู้ลงทะเบียนเข้ามากับทางธนาคารน้อยกว่าที่คาดการณ์ หรือ 20% ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้น แต่จากการขยายเวลาลงทะเบียนโครงการนี้ออกไปเป็นสิ้นสุดสิ้นเดือน มี.ค. 2025 น่าจะช่วยเพิ่มการสมัครเข้ามาหลังจากนี้
สำหรับปี 2024 กรุงศรีสามารถครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดคอนซูเมอร์ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล, บัตรเครดิต และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยในปีดังกล่าวทางธนาคารมีการลงทุนกว่า 14,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับระบบคอร์แบงกิ้งภายใต้โครงการ Jupiter ที่รวมศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ และจะเสร็จสิ้นภายในปี 2025
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา