KBank ปั้น บุคลากรยุคใหม่ พัฒนาคนผ่านคอร์สเรียน “SkillLane” ทุกที่ ทุกเวลา

งาน HR หรือทรัพยากรบุคคล บางคนมองว่าเป็นส่วนที่ไม่ได้สร้างรายได้ แต่ที่จริงแล้วก็เป็นงานหลังบ้านที่สำคัญที่สุดเพราะเชื่อมโยงกับทุกคนว่าใครจะอยากอยู่กับองค์กรบ้าง ด้าน ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่มีนโยบายพัฒนาคนให้โตพร้อมกับองค์กร เลยให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลในองค์กรเป็นพิเศษ

“คน” เรื่องสำคัญในยุคดิจิทัล

ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า แม้จะเป็นยุคดิจิทัล แต่ “คน” ยังเป็นส่วนสำคัญ เพราะการจะชวนลูกค้ามาใช้ดิจิทัล ต้องใช้ทั้งช่องทางสาขา พนักงาน และคอลเซ็นเตอร์ เลยเป็นจุดสำคัญที่ต้องพัฒนาความสามารถของคนให้มากขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

ปัจจุบันจำนวนพนักงานของกสิกรไทยและบริษัทในเครืออยู่ที่ 24,000 คน (เฉพาะพนักงานกสิกรไทยอยู่ที่ 21,000 คน) แต่เดิมองค์กรจะฝึกอบรมพนักงาน ในรูปแบบ Classroom และ e-Learning ประมาณ 9 หลักสูตรต่อคนต่อปี ซึ่งพนักงานอาจต้องการเรียนรู้มากกว่านี้ เลยเป็นสาเหตุให้ KBank ร่วมมือกับ SkillLane สตาร์ทอัพด้าน Digital Training Platform ของไทยเพื่อเป็นช่องทางให้พนักงานเรียนรู้ได้มากขึ้น

พัฒนาคนผ่านช่องทางออนไลน์ – ออฟไลน์  เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา

ใน 2 เดือนที่ผ่านมา KBank เปิดให้พนักงานสามารถสมัครและเรียนคอร์สของ SkillLane ที่มีกว่า 400 คอร์ส ซึ่งตอนนี้มีพนักงานลงเรียนกว่า 10,000 คอร์ส หรือคิดเป็นพนักงานประมาณ 5,000-6,000 คน โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการเรียนรู้ของพนักงานเป็น 20 หลักสูตรต่อคนต่อปี ภายใน 3 ปี

โดยคอร์สเรียน Top 5 ที่พนักงานของเราสนใจ คือ 1. เรียนทำอาหาร 2. เทคนิคการท่องเที่ยวในต่างแดน (ญี่ปุ่น) 3. การดูแลบุคลิกภาพ และสุขภาพ 4. ธุรกิจ startups และ ธุรกิจ online 5. IT และ Software ต่างๆ

วิธีเข้าเรียนก็ง่ายนิดเดียว พนักงานสามารถ Log in  ค้นหาหลักสูตรที่สนใจ ก็สามารถเรียนรู้ได้ทันที และสามารถสะสมแต้มไว้สำหรับการแลกของรางวัลด้วย   

KBank เชื่อว่า การเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ จะพัฒนา Performance ของพนักงานในการทำงานให้มากขึ้น ซึ่งอนาคตเตรียมพัฒนาช่องทางการเรียนรู้ให้กับพนักงานทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์เพิ่มขึ้น

“กสิกรไทย มีฝ่ายงานกว่า 90 ฝ่ายทั่วประเทศ จากนี้จะค่อยๆ Kick off การเรียนรู้นี้ผ่านคอร์สเรียนของ SkillLane ออกไปทั่วประเทศ ซึ่งข้อดีของคลาสเรียนแบบออนไลน์คือทำให้ต้นทุนในการเรียนรู้ขององค์กรลดลง”

เข้าถึงไลฟ์สไตล์ Gen Y พัฒนา Performance

ภายใน KBank มีพนักงานกว่า 21,000 คน ปัจจุบันมีสัดส่วนคน Gen Y กว่า 70% ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เราต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะเข้าใจเขามากขึ้น

การเปิดคอร์สเรียนผ่านระบบออนไลน์เป็นตัวช่วยในการเก็บข้อมูล ว่าพนักงานมีความสนใจในเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะนำสู่การพัฒนาผลประโยชน์สวัสดิการให้กับพนักงานในอนาคต ได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น

“ความต้องการของคนแต่ละ Gen จะแตกต่างกัน อย่างคน Gen X และ Babyboom จะสนใจเรื่องสุขภาพ การดูแลร่างกาย เราก็นำมาปรับปรุงเรื่องสวัสดิการ ในเรื่องสุขภาพ และการรักษาพยาบาล ในขณะที่ Gen Y สนใจในเรื่องของ Lifestyle เช่น การทำอาหาร การท่องเที่ยวมากกว่า เราก็นำมาปรับปรุงเกี่ยวกับสวัสดิการเพื่อตอบโจทย์ Lifestyle ของ Gen Y มากยิ่งขึ้น”

ส่วนงาน HR ก็เปลี่ยนไปมากในช่วงที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้ เป็น Reactive คือเป็นฝ่ายที่รับคอมเมนท์จากแผนกอื่นมาบอกว่าจะหาคนแบบไหน เทรนคนอย่างไง แต่ตอนนี้ HR มาช่วยดูว่าจะฝึกอบรมพนักงานแบบไหนบ้าง

บทบาทของ HR ในปัจจุบันกลายเป็น Business Partner มากขึ้น ยิ่งมีเรื่องเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาเพิ่มก็ทำให้ แผนก HR กับ ภาคธุรกิจ สามารถพัฒนาไปพร้อมๆ กันได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ฝั่ง HR มีการทดลอง ทดสอบระบบ HR มากมายซึ่งก็มีทั้งที่ทำผิดและทำถูก ถ้าผิดก็ปรับเปลี่ยน ถ้าถูก ก็พัฒนาต่อ

นึกถึงลูกค้าก่อน คือคน  KBank ในอนาคต

คน KBank ในอนาคต ไม่ว่าชายหรือหญิง ต้องนึกถึงลูกค้าก่อนเสมอ มีความคิดที่แตกต่างจากกรอบเดิม และคิดเป็นดิจิทัลมากขึ้นด้วย

ทักษะที่อยากจะให้มีเพิ่มคือ ทักษะการวิเคราะห์  การค้นหาความต้องการเชิงลึก ทักษะในการทดลองและขยายผล  และทักษะเกี่ยวกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management Skills) อาทิ การเป็นผู้นำ (Lead Change) การสื่อสาร (Communication) หรือ People Management Skills

ในส่วนของธนาคาร KBank ตั้งเป้าหมายเป็น Data-Driven Bank คือทำความเข้าใจในพฤติกรรมลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา