เดินเกมเอเยนซี่ยุคใหม่กับ IPG กับสถานการณ์ที่ใครตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกอย่างย่อมเหนือกว่า

ตอนนี้ธุรกิจเอเยนซี่ทุกรายคงวางแผนปี 2560 กับลูกค้ากันหมดแล้ว เพราะปีนี้คงเป็นอีกปีที่แย่สุดๆ ผ่านภาพรวมเศรษฐกิจไม่ฟื้น การเมืองไม่นิ่ง ไหนจะความเศร้าสลดในช่วงท้ายปีอีก ซึ่ง IPG Mediabrands ยักษ์ใหญ่ในวงการเอเยนซี่ไทยอีกรายก็เตรียมตัวบุกตลาดในปีหน้าเต็มสูบ ผ่านการดึงผู้บริหารมือดีเข้ามา รวมถึงการปรับองค์กรใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกด้าน

จับ “มาลี กิตติพงศ์ไพศาล” นั่งแท่น Initiative

แผนธุรกิจในปี 2560 ของ IPG เริ่มจากการดึงคนที่คุ้นเคยในวงการมีเดียเอเยนซี่ มาลี กิตติพงศ์ไพศาล จาก Mindshare มานั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Initiative บริษัทด้านมีเดียเอเยนซี่ของกลุ่ม IPG คนใหม่ เนื่องจากมีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มากว่า 20 ปี และมีมุมมองในอุตสาหกรรมที่แตกต่างจากคนในบริษัท โดยการเข้ามาของผู้บริหารรายนี้จะวางกลยุทธ์ใหม่ให้กับ Initiative คือ FBDS หรือ Fearless, Brilliant, Dynamic และ Seamless เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการดูแลทั้งลูกค้าใน และต่างประเทศ ที่สำคัญการผสมผสานคนรุ่นเก่า – ใหม่อย่างลงตัว ก็ช่วยลูกค้าเพิ่มยอดขายได้ดีขึ้น

“ปีหน้ายังมองว่ายากเหมือนเดิม แต่คงน้อยกว่าปีนี้ เพราะตัวเงินที่รัฐบาลอัดฉีดเข้ามาในระบบน่าจะมากขึ้น และทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจไทยอย่างคล่องตัว การลงทุนของแบรนด์ก็จะตามมา และเอเยนซี่ก็มีงานมากขึ้น ที่สำคัญในฝั่งดิจิทัลจะมีการเติบโตต่อเนื่องเช่นเดิม และแบรนด์ก็ยอมรับมากขึ้น จากเดิมที่บางรายไม่เคยใช้เลย เนื่องจากแบรนด์เริ่มเข้าใจแล้วว่า ดิจิทัลมันวัดผลได้อย่างไร และสามารถเพิ่มยอดขายได้ชัดเจนขนาดไหน ยิ่งแบรนด์ใหม่ๆ การเข้ามาใช้ดิจิทัลก็เกือบจะทั้งหมด ซึ่งทีมงาน Initiative ก็พร้อมสำหรับงานเหล่านี้ ผ่านการร่วมมือกับบริษัทย่อยของ IPG มาลี กิตติพงศ์ไพศาล กล่าว

มาลี กิตติพงศ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Initiative

วางหมาก IPG ต้องตอบโจทย์ได้ทุกองศา

ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย อธิบายว่า ตอนนี้ IPG มี 3 หน่วยธุรกิจหลัก ประกอบด้วยมีเดียเอเยนซี่ 2 ราย คือ Initiative กับ UM และ Ensemble ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Below the Line และผลิต Content รวมถึงสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ ซึ่งการมีธุรกิจครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกด้าน ทำให้ได้เปรียบในแง่การแข่งขัน แต่ด้วยตัวเอเยนซี่ระดับ Global ที่ให้บริการในไทยก็เริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ธุรกิจในลักษณะนี้ ทำให้การแข่งขันของธุรกิจเอเยนซี่ยังดุเดือด และอยู่ที่ความสามารถของทีมงานเป็นหลัก เพราะเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างของงานได้

ขณะเดียวกันการที่ IPG มีหน่วยงาน Ensemble ที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ก็ทำให้ธุรกิจที่เติบโตแบบ Organic ผ่านการให้คำปรึกษาแบรนด์โดยมีเดียนเอเยนซี่ 2 รายที่ถืออยู่ สามารถเติบโตอย่างหลากหลายโดยใช้ดิจิทัลเป็นตัวนำ และมีเครื่องมือเช่น Moment Planning ที่วางตำแหน่งสื่อได้ตามอารมณ์ของผู้บริโภค รวมถึง Programmatic ที่พัฒนาใช้ภายในองค์กร เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในการซื้อสื่อให้กับแบรนด์ตั้งแต่โทรทัศน์, Out of Home จนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้รายได้ในปี 2560 จะแบ่งเป็น 60 – 10 – 30 หรือ Initiative, UM และ Ensemble ตามลำดับ จากปีนี้ที่ UM กับ Ensemble มีสัดส่วน 20% เท่ากัน

ทีมผู้บริหารของ IPG

เทรนด์ Video ยังแรง ส่วนสิ่งพิมพ์ – วิทยุ ซบเซา

วรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ย้ำว่า ปีนี้ตัวเลขมูลค่าโฆษณาก็หดตัวอย่างที่เห็นกัน แต่ปี 2560 น่าจะกลับมาเติบโตราว 4% โดยมีฝั่งดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน ผ่านการที่แบรนด์เริ่มหันมาใช้ Content ประเภท Video บนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ที่สำคัญเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาจะกลับมาสะพัดตั้งแต่ช่วงต้นปีในทันที และยังถือครองสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาอยู่ราว 65% เช่นเดิม ผ่านการใช้งานของกลุ่ม FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ยังต้องการโปรโมทแบรนด์ในวงกว้าง และโทรทัศน์ก็ยังเป็นสื่อที่ทำได้ในเรื่องนี้อยู่

ในทางกลับกัน ฝั่งธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ปีนี้มีการปิดตัวไปเยอะ ปีหน้าก็อาจจะเห็น เพราะเม็ดเงินโฆษณาบนพื้นที่เหล่านั้นจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนฝั่งวิทยุก็ยังทรงๆ ผ่านการเหลือแต่แบรนด์เล็กที่ต้องการทำตลาดใหม่ แต่แบรนด์ใหญ่ไม่เลือกช่องทางนี้เท่าไหร่แล้ว ที่สำคัญเทรนด์การเข้ามาคุยกับมีเดียเอเยนซี่ลูกค้าจะเริ่มมาแบบต้องการ Awareness ในเบื้องต้น แต่สุดท้ายก็มีความต้องการเรื่อง Sell และพยายามดันให้มีเดียเอเยนซี่ตอบโจทย์เรื่อง E-Commerce ได้ และจากปัจจัยเหล่านั้น ทำให้กลุ่ม IPG ตั้งเป้าการเติบโตของบริษัทปีหน้าไว้ที่ 20% จากปีนี้ทำได้ไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 15%

สรุป

วงการมีเดียเอเยนซี่คงต้องปรับตัวให้ครบวงจรมากขึ้น เพราะการรวมทุกอย่างให้ลูกค้าสามารถทำเสร็จได้ภายในที่เดียว ก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เยอะ ส่วนมีเดียเอเยนซี่รายย่อยที่ยังไม่มีเครื่องมือพวกนี้ก็คงหนักหน่อย แต่ก็สามารถแข่งขันทางด้านความคิดได้ แต่ถึงอย่างไรปี 2560 คงเป็นปีที่กลับมารุ่งโรจน์ของวงการมีเดียเอเยนซี่อีกครั้ง หลังจากปีนี้แบรนด์จำนวนมากอั้นงบการตลาดเอาไว้

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา