INFOSEC จับมือ Pentera เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธโจมตีไซเบอร์มูลค่าพันล้าน องค์กรไทยต้องปรับตัว “ใช้ AI สู้ AI”

ในโลกยุคใหม่ที่สงครามไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหน้าจอกลายเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายระดับ “พันล้านบาท” ต่อปีในประเทศไทย ความท้าทายสำคัญคือผู้โจมตีไม่ได้มีแค่ “มนุษย์” อีกต่อไป แต่เป็นการใช้ AI เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บ ทำให้รูปแบบการโจมตีมีความหลากหลายและแนบเนียนขึ้นอย่างน่ากลัว

เมื่อ “เป้าหมาย” ไม่ได้มีแค่สถาบันการเงิน

ในอดีต กลุ่มการเงินอาจเป็นเป้าหมายหลัก แต่ปัจจุบันภัยไซเบอร์ขยายวงกว้างไปยังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน หรือประกันภัย โดยเฉพาะในสภาวะสงครามโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด เป้าหมายการโจมตีจึงไร้ขอบเขต ตั้งแต่องค์กรระดับประเทศไปจนถึงประชาชนทั่วไปที่ถูกสแกมเมอร์หลอกลวง

รูปแบบที่พบบ่อยคือการใช้ Contextual Phishing หรือการส่งอีเมลหลอกลวงที่อิงกับสถานการณ์จริง เช่น การเสนอส่วนลดราคาน้ำมัน เพื่อล่อลวงให้เหยื่อกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

INFOSEC จับมือ Pentera เปลี่ยนการป้องกันจาก “รายปี” เป็น “Real-time”

INFOSEC ผู้เชี่ยวชาญที่มีฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ (Critical Infrastructure) ทั้งพลังงานและการเงิน เล็งเห็นว่าการทดสอบระบบความปลอดภัยแบบเดิมปีละ 1-2 ครั้ง (Pentest) ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะ AI ของผู้โจมตีทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

นั่นคือเหตุผลที่ INFOSEC เลือกจับมือกับ Pentera ผู้นำเทคโนโลยี Automated Security Validation โดยมีจุดแข็งที่ตอบโจทย์คือ

  • Continuous Validation เลิกตรวจระบบแค่ปีละครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
  • Attack Emulation ระบบจำลองพฤติกรรมผู้โจมตีเสมือนจริง เพื่อหาจุดเปราะบางก่อนที่แฮกเกอร์จะเจอ
  • AI vs AI ในเมื่อผู้โจมตีใช้ AI ฝ่ายป้องกันก็ต้องใช้ AI ที่เหนือกว่าในการตรวจจับและปิดช่องโหว่ (AI Remediation)

การสร้าง Awareness คือกุญแจสำคัญ

วรเทพ ดีเลิศมงคลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโฟ ซีเคียวริตี้ คอนซัลแทนต์ จำกัด กล่าวว่า “ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและพลิกแพลงตลอดเวลาด้วยขีดความสามารถของ AI ความร่วมมือกับ Pentera ในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีที่ทดสอบและวัดผลได้จริงมาสู่ องค์กรไทย เพื่อสร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งและก้าวตามทันวิวัฒนาการของผู้โจมตี”

Michael Tan ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Pentera กล่าวว่า เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตอย่างมากของตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ความเชี่ยวชาญระดับลึกของ INFOSEC ในตลาดประเทศไทยจะช่วยให้ Pentera สามารถขยายการเติบโตและนำแพลตฟอร์ม Automated Security Validation ไปสู่ภาคองค์กรในภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพของระบบป้องกันความปลอดภัยได้อย่างเชิงรุกและต่อเนื่อง”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา