เมื่อเวเนซุเอล่าเงินเฟ้อแตะล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วไทยที่เงินเฟ้ออยู่ 1% จะมีผลกับชีวิตเรายังไงบ้าง?

จากข่าวประเทศเวเนซุเอล่าเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าล้านเปอร์เซ็นต์ ทำให้ค่าอาหารและของใช้ก็แพงขึ้นไปด้วย ทำให้คนในประเทศเขาหันไปใช้เงินสกุลอื่นๆ เพื่อลดความfผันผวน แล้วไทยเราที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 1% จะเจอเรื่องอะไรแบบนั้นไหม?

เงินเฟ้อ คืออะไร แล้วส่งผลต่อชีวิตประจำวันเราได้ไง?

Brandinside มีโอกาสคุยกับ จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย บอกว่าเงินเฟ้อคือ ตัววัดราคาสินค้าโดยเฉลี่ย ซึ่งรวมทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย ยา ปัจจัยสี่ ราคามือถือ ฯลฯ จะเห็นว่าเงินเฟ้อเกี่ยวข้องกับชีวิตเราโดยตรง (ส่วนหนึ่งเงินเฟ้อจะทำให้มูลค่าเงินลดลง เช่น มีเงิน 1 ล้านบาทในวันนี้ ถ้าเงินเฟ้อปีละ 3% ในอีก 20 ปีข้างหน้าเงินจะเหลือมูลค่าแค่ 5 แสนบาท)

อย่างปัญหาคือถ้าเงินเฟ้อสูง คนจะไล่ซื้อของตุนไว้ก่อน เพราะกลัวของแพง ส่งผลต่อเศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้นธนาคารกลางก็ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงให้คนอยากออมเงิน ลดการเก็งกำไร

ขณะเดียวกันถ้าราคาสินค้าต่ำมาก ราคาไม่ขึ้น ธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติของแต่ละประเทศต้องลดดอกเบี้ยลง เพื่อให้คนคิดว่าฝากเงินแล้วได้น้อย ไปลงทุนอย่างอื่นดีกว่า ให้มีเงินไปหมุนเวียนเศรษฐกิจ

เงินเฟ้อควบคุมได้ไหม? ใครเป็นคนดูแลเรื่องนี้

ตัวเลขเงินเฟ้อจะสะท้อนสภาวะของตลาด ซึ่งธนาคารกลางแต่ละประเทศ หรือ แบงก์ชาติ จะเป็นคนกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเกิดมาเพื่อป้องกันเงินเฟ้อที่ต่ำหรือสูงเกินไป หลักๆ คือต้องการสร้างสมดุลในระบบเศรษฐกิจ

อย่างตอนนี้ไทยเราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำที่ 1% แต่ถ้าดูประเทศอื่นๆ อย่างตุรกีที่มีปัญหาทั้งเศรษฐกิจในประเทศ ค่าเงิน นอกจากนี้ยังนำเข้าสินค้าพลังงานเยอะ ปัจจุบันเงินเฟ้อพุ่งไปแตะ 20% แล้วก็แสดงว่าราคาสินค้าทั่วไปเพิ่มขึ้น 20% 

หรือด้านสหรัฐฯ เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2% เพราะเศรษฐกิจเขาดูดี ทำให้เราเห็นออกข่าวดีๆ เพื่อทำให้คนในประเทศกล้าใช้เงินมากขึ้น ขณะเดียวกันด้านผู้ประกอบการ ถ้าเจอกับภาวะเงินเฟ้อต่ำก็จะได้รับผลกระทบที่ไม่สามาราถตั้งราคาสินค้าแพงได้ เพราะในตลาดกำลังซื้ออยู่ในระดับต่ำ ไม่มีใครขึ้นราคาสินค้าได้

แล้วเงินเฟ้อควรสูงหรือต่ำดีกว่า ?

เงินเฟ้อควรจะเหมาะสม คิดง่ายๆว่าเงินเดือนเราควรขึ้นปีละกี่เปอร์เซนต์ ความคิดเห็นส่วนตัวผมมองว่าไทยเรา เงินเฟ้อควรจะอยู่ที่ 2-3% ถือว่าโอเคแล้ว

แต่ไทยเราทั้งที่อัตราเงินเฟ้อต่ำ แต่ค่าอาหาร ฯลฯ ยังเพิ่มขึ้นมีความเป็นได้ 3 ทาง คือ 1. มีคนที่รายได้เยอะขึ้น 2. ต้นทุนสูงขึ้น 3. เขาอยากได้กำไรมากขึ้น บางครั้งเราต้องประเมินว่ารอบตัวเราเขารวยขึ้นแล้วทำไมมีแต่เราที่เราจนอยู่คนเดียว?

อย่างไรก็ตามภาวะเงินเฟ้อถือว่าดีกว่าภาวะเงินฝืด เพราะถ้าอัตราเงินเฟ้อติดลบ จะควบคุมได้ยาก รัฐจะสร้างปัจจัยให้เงินเฟ้อกลับขึ้นมาก็ยาก อย่างประเทศญี่ปุ่นเจอปัญหาเงินฝืดมา 10 ปีกว่า (ส่วนหนึ่งเพราะสังคมสูงวัย คนเลยไม่ใช้เงิน) ทำให้เศรษฐกิจเขาไม่ดี จะเห็นว่าอัตราเงินเดือนเขาเท่าเดิมตลอดเดิม

สรุป

เงินเฟ้อสำหรับภาครัฐ เขาต้องดูแลเพื่อควบคุมระบบเศรษฐกิจ ในส่วนผู้ประกอบการก็เป็นการดูความสามารถในการทำการค้า เช่น จะขึ้นราคาสินค้าได้ไหม? ส่วนประชาชนอย่างเราถ้าเงินเฟ้อไม่สูงเกินไปและไม่ต่ำเกินไปก็ทำให้เราเห็นทิศทางว่าเงินเดือนจะขึ้น! เศรษฐกิจดี ถึงข้าวของราคาสูงขึ้น แต่เราก็มีเงินจ่าย ทว่าอย่าลืมว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปีเงินที่เราเก็บไว้ก็ต้องแบ่งไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ และให้พอใช้ในอนาคตด้วย

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา