ส่องเทรนด์ลงทุนปี 2019 กับ “วิน พรหมแพทย์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. CIMB-Principal

Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับ วิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ที่จะเล่าให้ฟังว่าปี 2019 ต้องลงทุนอย่างไร?

สถานการณ์ปี 2019 อะไรที่เป็นโอกาส และปัจจัยที่ต้องจับตามอง

วิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด บอกว่า ปี 2019 ภาพรวมเศรษฐกิจโตช้าลง แต่ยังไม่ถึงขั้นชะลอตัว

ในส่วนของเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโต 3.7% จากปี 2018 โดยปัจจัยบวกในตลาดเงินได้แก่ การเลือกตั้งในไทยที่เชื่อว่าหากมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น การลงทุนในไทย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ จะยังเดินหน้าต่อเนื่อง ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คาดว่าจะเติบโต 5-7%จากปี 2018

ด้านปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทย ได้แก่ Trade war Brexit ทั้ง 2 ปัจจัยยังไม่ชัดเจน และคาดเดาการตัดสินใจของผู้นำแต่ละประเทศได้ยาก ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตามองคือ การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ  (FED) และคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย มองว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะปรับดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้

ปี 2019 วางแผนลงทุนแบบไหนดี

ภาพจาก Shutterstock

ต้นปีนี้แม้ว่าเศรษฐกิจโลกส่อแววโตช้าลง แต่ก็ยังมีข่าวดีคือ FED ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เห็นเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาในเอเชีย ดังนั้นปีนี้หุ้นเอเชียทั้ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เวียดนาม ฯลฯ น่าจะกลับมาเติบโต นอกจากนี้ กลุ่มที่น่าสนใจย่อมเห็นเงินจากตราสารหนี้ไหลมาที่ REIT อย่างของสิงค์โปร์เติบโต 10% นับจากต้นปีนี้

ที่น่าสนใจคือหุ้นโลกเราเห็น Fund Flow เงินไหลเข้ามาที่เอเชียได้ 2-3 เดือนแล้ว หุ้นไทยเองก็เงินไหลเข้า ประกอบกับราคาหุ้นเอเชียถูกกว่าหุ้นโลก ดังนั้นไม่ว่าจะหุ้นเอเชียในภาพรวม จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ใทยก็ได้บ้าง”

สำหรับคนที่สนใจหุ้นโลกแนะนำหุ้นในเอเชียถ้าสามารถรับความเสี่ยงได้มากก็ลงทุนใน China A Share และเวียดนามที่เริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่ต้นปี แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อยกว่าก็สามารถลงทุนในหุ้นเอเชียได้ อย่างของเรามีกองทุนชื่อว่า APDI ที่เป็นกองหุ้นเอเชียทั้งภูมิภาค

ถ้าเป็น Asia Pacific ให้น้ำหนักกับกลุ่มการเงินธนาคาร ประกันภัย โครงสร้างพื้นฐานในออสเตรเลีย REIT ส่วนตลาด China A Share และเวียดนามเน้นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากการเติบโตในประเทศเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเช่น Trade War โดยหุ้นขนาดกลางในสองประเทศนี้มักทำรายได้จากในประเทศ

ลงทุนหุ้นไทยปีนี้ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง?

ภาพจาก Pixabay

ในส่วนของหุ้นประเทศไทย แนะนำหุ้นในกลุ่ม Defensive ธุรกิจคอมเมิร์ซ เฮลธ์แคร์  และการท่องเที่ยวบางส่วนที่เริ่มฟื้นตัว

ปัจจัยบวกของตลาดหุ้นไทยมาจากการเลือกตั้ง ปีนี้ดัชนี SET น่าจะอยู่ที่ 1,600-1800 จุด และเมื่อไรที่หุ้นไทยลงมาต่ำ 1,600 จุด เป็นช่วงที่น่าสนใจให้น้ำหนักในหุ้นเพิ่ม แต่การที่หุ้นไทยจะลงไปต่ำ 1,600 จุด จะเกิดขึ้นเมื่อหุ้นโลกแย่มากและฉุดหุ้นไทยลงไปด้วย 

กองทุนใหม่จับ Megatrend ทั่วโลก

กองทุนใหม่ ‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกล บอล อินโนเวชั่น’  (CIMB-PRINCIPAL GINNO) ที่กำลังเปิดขาย IPO อยู่ตอนนี้ (ระหว่างวันที่ 11-15 ก.พ. 2019) จะเน้นลงทุนใน 4 เทรนด์ Innovation หลักของโลก ได้แก่ Healthcare Technology, Millennials สินค้า บริการของคน . Gen Y , Digitalization อย่าง E-Commerce Platform ต่างๆ, ระบบ Automation และ Robotics 

“การลงทุนทั้ง 4 ธีมนี้เราใช้ ETF เป็นเครื่องมือในการลงทุนช่วยคัดกรองหุ้นกว่าพันตัว เลือกตัวที่ดีมาผสมกัน ที่เราทำกองผสมหลายธีมเพราะถ้าเล่นทำธีมในกองเดี่ยวๆ ความหวือหวาสูง ในช่วงแรกให้น้ำหนักเกินครึ่งกับ Healthcare Technology และ Millennials เช่น หุ้น DexCom ที่ทำอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่นวัดกลูโคสสำหรับคนเป็นเบาหวาน NetFlix ที่คน Gen Y ดูมีสมาชิก 150 ล้านคนทั่วโลก ฯลฯ”

นอกจากนี้กองที่กำลังออกแบบอยู่ เป็นกองทุนที่เน้น Asset Allocation หรือกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ โดยผลตอบแทนจากที่ทดสอบย้อนหลังอยู่ที่ 4-5% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนเหมาะสำหรับคนที่ลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว (5-10 ปีขึ้นไป)

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา