ปี 2019 ลงทุนอะไรดี? “ทิสโก้” ชี้ตลาดหุ้นยังผันผวน หนีลงทุนแบบตั้งรับเน้นบริษัทมีกำไรสม่ำเสมอ

วันก่อนดัชนีหุ้นทั่วโลกขยับขึ้น เพราะมีข่าวดีว่าสหรัฐฯ กับจีนเจรจาเรื่องมาตรการทางการค้าได้ แต่วันนี้มีข่าวผู้บริหาร Huawei ถูกจับกุมที่แคนาดาก็ทำให้ดัชนีหุ้นต่างประเทศกลับมาติดลบอีกแล้ว ปีหน้าจะผันผวนมากกว่านี้ไหม?

ภาพจาก Shutterstock

ปี 2019 ตลาดหุ้นตลาดการเงินจะเป็นอย่างไร

คมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หรือ TISCO ESU บอกว่า ปี 2562 ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจากปัจจัยที่เข้ามากระทบ ได้แก่ สงครามการค้าของจีนสหรัฐ ทางสหรัฐฯ มีการใช้จ่ายภาครัฐเริ่มแผ่วลง ที่ญี่ปุ่นมีแรงกดดันจากการขึ้นภาษีการบริโภค ขณะที่ภาครัฐและธนาคารกลางทั่วโลกมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

“ในระยะสั้นโอกาสที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับลดลง (Downside) ค่อนข้างจำกัด เพราะในปีนี้มีการปรับฐานรุนแรงไปถึง 2 ครั้งแล้ว ในช่วงเดือนก.พ. และต.ค.2561 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Bond Yield) ที่ปรับตัวขึ้นแรง และความกังวลต่อผลกระทบของสงครามการค้า”

หากดูจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 2561 ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว อย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป ปรับฐาน (ดัชนีหุ้นปรับลดลง) ไปกว่า 10-15% ส่วนตลาดหุ้นกำลังพัฒนาปรับฐานรุนแรงที่ 15-30% ซึ่งนำโดยตลาดหุ้นจีน และเกาหลี

ที่สำคัญการปรับฐานในรอบนี้ถือว่าลดลงในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับราคา (Valuation) ของตลาดหุ้นทั่วโลกที่เคยอยู่ในระดับสูงในช่วงต้นปี 2561 ลดลงมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปี โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลากหุ้นกำลังพัฒนา Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

ระยะสั้นตลาดหุ้นมีลุ้นฟื้นตัว ทิสโก้ชี้กลยุทธ์ปีหน้าต้องหุ้น Defensive

ในระยะสั้นตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น (Rebound) จาก 3 ปัจจัย ได้แก่

  1. หลังจากสหรัฐฯ และจีนเจรจากันในการประชุม G20 (การประชุมสุดยอดผู้นำ) ทำให้ปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าโลกลดลง
  2. คาดว่าราคาน้ำมันจะฟื้นตัวขึ้นหลังการประชุม OPEC ในวันที่ 6 ธ.ค.2561 (มองว่า OPEC จะตัดสินใจลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลงอย่างน้อย 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
  3. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มกลับมาอ่อนค่าหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกมาให้ความเห็นว่าดอกเบี้ยในสหรัฐฯ เริ่มขยับเข้าใกล้ระดับปกติ (Neutral Rate) แสดงว่า Fed อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2019

ส่วนตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เริ่มเข้ามาประคองตลาด ประกอบกับการมีผลบังคับใช้ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ซึ่งจะทำให้กำหนดการเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่า ปี 2562 ตลาดหุ้นยังผันผวน จึงต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยกลยุทธ์สำคัญคือ เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive) ที่กำไรเติบโตสม่ำเสมอ เลือกหุ้นในอุตสาหกรรมที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ได้แก่ หุ้นในกลุ่ม Global Health Care เช่น โรงพยาบาล เทคโนโลยีการรักษาโรค หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น  ไฟฟ้า น้ำประปา โครงสร้างพื้นฐาน 

สรุป

ตลาดหุ้นไทยและทั่วโลกยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสงครามการค้า ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายาและค่าเงินที่เปลี่ยนไปมา ดังนั้น ทิสโก้แนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนปี 2019 ควรเน้นไปที่หุ้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive) ที่มีกำไรสม่ำเสมอ หุ้นอยู่ในอุตสาหกรรมที่ทนทานต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เช่น Health Care และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments