ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย ทำไม ‘ไทย’ ถึงปาดหน้าญี่ปุ่น ดึง The White Lotus มาถ่ายสำเร็จ

“ลิลลี่ ยูจะบังพี่ทำไม” คงเป็นประโยคที่ชาวญี่ปุ่นอยากถามคนไทยมาก เพราะจริงๆ แล้ว ‘The White Lotus ซีซัน 3’ มีแพลนถ่ายทำที่แดนปลาดิบ ไม่ใช่สยามเมืองยิ้มของเรา

the white lotus

The White Lotus คือซีรีส์ดังจากค่าย ‘HBO’ เกี่ยวกับการตีแผ่ชีวิตอันสุดดาร์กของแขกผู้เข้าพัก รวมถึงพนักงานประจำโรงแรมแต่ละคน โดยประเดิมซีซันแรกกับรีสอร์ทในฮาวาย ตามด้วยอิตาลีในซีซันสอง และซีซันล่าสุด เรื่องราวความดราม่าก็มาเยือนประเทศไทย แถมยังแคสต์นักแสดงไทยชื่อดังมากมายมาร่วมงาน เช่น ลิซ่า ลลิษา มโนบาล, ดอม เหตระกูล, ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก และครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน

ที่ผ่านมา ไม่ว่า The White Lotus จะเลือกประเทศไหนเป็นสถานที่ถ่ายทำ การท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ ก็ได้ประโยชน์ตลอด เช่น ยอดจองห้องพักโรงแรม ‘Four Seasons Maui’ ของฮาวายเพิ่มขึ้น 425% หลังซีซัน 1 ออนแอร์ หรือยอดการค้นหา ‘เกาะซิซิลี’ ในอิตาลีเพิ่มขึ้น 300% หลังซีซัน 2 ฉาย

ปังขนาดนี้ ใครจะไม่อยากได้? ดังนั้น พอมีข่าวลือว่าซีรีส์ดังเจ้าหนึ่งกำลังส่องหาโลเคชันเหมาะๆ ในญี่ปุ่น ประเทศไทยก็เห็นโอกาสแล้วปาดมาซะเลย 

เรื่องราวจะเป็นยังไง มาดูกัน

รัฐบาลไทยจัดเต็ม ลดแลกแจกแถมไปกว่า 150 ล้านบาท

the white lotus
ภาพจาก WARNER BROS. DISCOVERY

ช่วงปี 2023 มีข่าวลือว่า ซีรีส์ดังเรื่องหนึ่งจากเครือ HBO กำลังสนใจที่จะถ่ายทำภาคต่อในประเทศญี่ปุ่น

ตอนนั้นเอง ‘Georgina Pope’ โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่นเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตนกำลังมองหาโลเคชันถ่ายทำสวยๆ ในประเทศร่วมกับผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่ง และเขาก็ตกหลุมรักสถานที่มากๆ จนเธอมั่นใจว่า ซีรีส์นี้ไม่หลุดมือแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ฝันของ Pope ต้องสลาย เมื่อผู้กำกับคนดังกล่าว ซึ่งคือ ‘Mike White’ แห่ง The White Lotus เปลี่ยนใจ ย้ายสถานที่ถ่ายทำซีซัน 3 ไปเป็นประเทศไทย เนื่องจากมี ‘แรงจูงใจ’ ที่ดีกว่า

‘ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร’ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ประจำการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าว่า ปกติ องค์กรก็พยายามดึงดูดรายการดังๆ มาถ่ายทำในประเทศไทยอยู่แล้ว และพวกเขาได้ลองติดต่อทีมงานของ The White Lotus ไป พร้อมข้อเสนอการช่วยเหลือด้านงบประมาณ

ศิริปกรณ์เผยว่า แรงจูงใจที่ใช้โน้มน้าวมีอยู่ 2 ประเภท อันแรกคือเงินสดพร้อมส่วนลด (Rebate) ส่วนอันที่สองคือสิ่งอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเงิน เช่น ให้บริการอะไรสักอย่างฟรีๆ เพราะภาคเอกชนหลายเจ้ายินดีให้ ไม่ว่าจะในรูปแบบของขวัญหรือตามข้อตกลงก็ตาม

ตลอดการถ่ายทำ The White Lotus ทาง ททท. จัดหาที่พัก รวมถึงการเดินทางและตั๋วเครื่องบินให้กับนักแสดงและทีมงานทุกคน แต่ไม้เด็ดที่พวกเขางัดมาแรงสุดๆ คือ ข้อเสนอส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับกองถ่ายต่างชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลให้กับนักแสดงต่างชาติที่เข้ามาถ่ายทำในไทยด้วย หมายความว่า บรรดาซุปเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆ ของ The White Lotus ทั้ง Parker Posey, Patrick Schwarzenegger และอื่นๆ อีกมาก ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้ไทยเลย แม้แต่บาทเดียว ต่อให้จะหารายได้ขณะอาศัยอยู่ในประเทศเราก็ตาม

จากรายงาน หากรวมโปรโมชันลดแลกแจกแถมที่รัฐไทยเสนอ ทีมงาน The White Lotus ซีซัน 3 สามารถประหยัดเงินไปกว่า 150 ล้านบาทเลย

แม้จะดูเป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ แต่ ททท.กับธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ มองว่า ถือเป็นการลงทุนที่คุ้ม เพราะคงดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมกับการใช้จ่าย เอาเงินมาหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยไม่น้อย

เรียกได้ว่า กำไรของไทยคือการขาดทุนของญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเสียโอกาสไปมากจริงๆ โดย Pope บอกว่า ณ ตอนนั้น ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้ เพราะประเทศเธอไม่มีโครงการจูงใจใดๆ เลย แต่สิ่งเดียวที่รับรู้คือ โปรเจกต์พันล้านกำลังหลุดลอยไป

อย่าเพิ่งดีใจไป นักท่องเที่ยวเยอะไม่ได้แปลว่าดี มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว

เอาจริงๆ ขนาดตอนที่ The White Lotus ซีซัน 3 ยังไม่ออนแอร์ ค่าห้องพักของโรงแรมที่ใช้ถ่ายทำ ก็พุ่งไป 40% แล้ว ไม่ต้องคิดเลยว่า ตอนนี้ หลังจากที่ฉายไปสักพัก การท่องเที่ยวไทยจะดีขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม คนในพื้นที่ของ ‘เกาะสมุย’ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก เริ่มกังวลว่า ถ้าคนเดินทางมาเยอะๆ อาจทำให้เกาะเผชิญกับวิกฤตขาดน้ำ จนเกิดภัยแล้งหรือเปล่า เพราะช่วงหลังเปิดประเทศใหม่ๆ จากโควิด เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นจริงๆ

นอกจากนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวเยอะ ขยะก็ต้องเยอะด้วย จนเกิดเป็นขยะราวๆ 200 ตันต่อวัน ที่คนสมุยตามจัดการไม่ไหว

เมื่อปี 2022 เกาะสมุยมีขยะมากถึง 200,000 ตัน จนไม่สามารถฝังกลบทั้งหมดได้ ส่งผลให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องจำใจเอากองขยะเหล่านั้นมาไว้ที่ภาคพื้นดินแทน

‘อานนท์ วาทยานน์’ นักสิ่งแวดล้อมของเกาะสมุยเผยว่า รัฐบาลต้องหาวิธีรับมือผลกระทบจากการท่องเที่ยวด้วย สาเหตุที่คนแห่มาสมุยกัน ก็เป็นเพราะธรรมชาติในพื้นที่ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรักษาจุดขายนี้ไว้

อานนท์เสริมอีกว่า ภาพยนตร์ต่างๆ คงไม่เลือกมาถ่ายทำที่นี่ ถ้าสถานที่มันไม่สวย และหากเราสูญเสียความงามของธรรมชาติไป ก็คงไม่มีใครอยากมาเยือน

จริงๆ แล้ว เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดเคสตัวอย่างให้เห็นกันถมไป อาทิ

  • ภาพยนตร์ ‘The Man With The Golden Gun’ ที่แม้จะฉายไปตั้งแต่ช่วง 1970s แต่ทุกวันนี้ คนก็ยังแห่ไปถ่ายรูปกับ ‘เกาะเจมส์บอนด์’ อยู่
  • ‘อ่าวมาหยา’ และ ‘เกาะพีพี’ ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ ‘The Beach’ เมื่อปี 2000 ก็ยังไม่กลับมาสวยงามเหมือนเดิม จนเคยสั่งปิดพื้นที่ งดนักท่องเที่ยว เพื่อให้ธรรมชาติมีโอกาสได้ฟื้นฟู

ทั้งนี้ ศิริปกรณ์ยืนยันว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะเป็นสิ่งที่ ททท.ให้ความสำคัญ ดังนั้น The White Lotus จะส่งผลดีหรือเสียต่อการท่องเที่ยวในระยะยาว คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: Australian Broadcasting Corporation, Robb Report, Holiday Saga

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา