บริษัทใหญ่ไทยรับมือ covid-19 ออกนโยบายดูแลพนักงานอย่างไรให้พ้นจากไวรัส

ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เริ่มที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เห็นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก ทรูเพิ่มมาตรการรับมือสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ามาใช้บริการ ทั้งทรูช้อป 424 สาขา ทรูคอฟฟี่ 140 สาขา ทรูแบรนด์ดิ้งช้อปและทรูสเฟียร์ 16 สาขา รวม 580 สาขาทั่วประเทศ

ในส่วนของลูกค้า ทุกช้อปจัดเตรียมอุปกรณ์เจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่ได้มาตรฐาน ให้ลูกค้าได้ใช้ฆ่าเชื้อขณะเข้ารับบริการ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสสาธารณะในทุกช้อป ทุกๆ 1 ชั่วโมง

ในส่วนของพนักงาน พนักงานที่ต้องให้บริการลูกค้า ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน หากมีพนักงานเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม อิหร่าน และอิตาลี พนักงานจะต้องหยุดพักและแยกตัวเอง (Self-quarantine) เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัส COVID-19 หลังจากกลับถึงไทย

เมื่อครบกำหนดแล้วต้องไปรับการตรวจ ณ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน พร้อมนำใบรับรองแพทย์ มาแสดงในวันที่กลับมาปฏิบัติงาน

true 5g
ภาพจาก Shutterstock

เอไอเอส จัดมาตรการขั้นสูงสุดรับมือการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา เอไอเอสยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดตามขั้นตอนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยประกาศมาตรการสำคัญที่ประกาศใช้ทั้งบุคลากรและพาร์ทเนอร์ ดังนี้

1. งดการเดินทางไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด ทั้งในส่วนการปฏิบัติภารกิจของบริษัทและการเดินทางส่วนตัว หากมีกรณีเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน work from home เฝ้าสังเกตอาการตัวเองเป็นเวลา 14 วัน

หากครบกำหนดแล้วไม่พบอาการป่วย ให้พนักงานเข้าพบแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
หลังจากแพทย์ลงความเห็นว่าไม่มีอาการป่วยแล้ว ต้องนำใบรับรองแพทย์มาแสดงก่อนเข้ามาปฏิบัติงานตามปกติ

2. งดการประชุมทางธุรกิจกับบุคคลภายนอกรวมถึงพาร์ทเนอร์ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกประเทศ โดยให้ใช้การประชุมทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ (Conference Call) แทน พร้อมทั้งมีการกำหนดกระบวนการคัดกรองพาร์mเนอร์ที่ต้องร่วมปฏิบัติงานกับทีมเอไอเอส

3. สำหรับพนักงานที่ให้บริการลูกค้าใน AIS Shop, ร้านเทเลวิซ จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมมีการตรวจวัดไข้วันละ 2 ครั้ง และเพิ่มบริการแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือ เพื่อให้บริการลูกค้า

4. ดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ปฏิบัติงานหลักตามตารางที่กำหนด ทั้งที่อาคารสำนักงาน รวมถึง AIS Call Center พร้อมตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ, เน้นย้ำการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อจุดเสี่ยงตลอดเวลา อาทิ ที่จับประตู ลิฟท์ และในส่วนที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ

5. อนุมัติปรับเวลาเข้าปฏิบัติงานของพนักงานตามความเหมาะสม เพื่อลดอัตราเสี่ยงจากการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีความแออัดสูง

6. จัดการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าอาคารเอไอเอส 1 และ 2 รวมถึงอาคารที่ทำงานอื่นๆ ในเครือเอไอเอส แบบ 100% โดยหากพบว่าพนักงานและผู้มาติดต่อ มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด

7. งดประชุมหรือจัดกิจกรรมใดๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่ทำการของบริษัทที่จะมีจำนวนผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป

นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้มอบกรมธรรม์ประกันชีวิต COVID-19 ให้กับพนักงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมอบความคุ้มครองชีวิต 50,000 บาท นาน 30 วัน ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ครอบคลุมการเสียชีวิตทุกกรณี หรือหากเป็นผู้ป่วยในที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อ COVID-19 ก็ยังได้รับความคุ้มครองชดเชยรายได้ถึง 1,000 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วัน พร้อมจัดการอบรมให้ความรู้และวิธีการป้องกันเกี่ยวกับเชื้อไวรัส COVID-19 โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำการดูแลตัวเองและคนในครอบครัวอีกด้วย”

ภาพจาก AIS

SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินการเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 ขั้นสูงสุด

โดย SCB ขอความร่วมมือพนักงานงดการเดินทางต่างประเทศในธุรกิจของธนาคารทุกกรณีพร้อมให้พนักงานกรอกแบบสำรวจการเดินทางต่างประเทศทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว รวมทั้งเพิ่มจุดติดตั้ง Thermo Scan
และเครื่องฟอกอากาศเพื่อดูแลพนักงานและลูกค้าอย่างทั่วถึง

ธนาคารไทยพาณิชย์ให้ความสำคัญขั้นสูงสุดในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยขอให้พนักงานงดการเดินทางต่างประเทศในธุรกิจของธนาคารทุกกรณี งด หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางส่วนตัวไปต่างประเทศในประเทศกลุ่มเสี่ยง 11 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน เวียดนาม และมาเลเซีย หากมีความจำเป็นให้แจ้งผู้บังคับบัญชาพิจารณาเป็นรายกรณี

นอกจากนี้ พนักงานทุกคนต้องกรอกแบบสำรวจการเดินทางต่างประเทศทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว และประกาศงด หรือ หลีกเลี่ยงการประชุมสัมมนาภายนอก งด หรือหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมต่างๆ ของธนาคารที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากและให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปสถานที่ชุมชนหนาแน่น หากมีความจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน

พนักงาน หรือบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือทั้งพนักงานและบุคคลที่อาศัยในบ้านเดียวกัน มีการติดต่อโดยตรงกับกลุ่มเสี่ยงให้ดำเนินการตามประกาศของธนาคาร โดยให้หยุดพักสังเกตอาการ (Self-quarantine) 14 วัน โดยถือเป็น Work from home และระหว่างปฏิบัติงานที่บ้าน หากมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์และแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบทันที และขอให้พนักงานที่ Work from home งดการเดินทางออกจากที่พำนัก (Self quarantine) เพื่อร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม เพื่อป้องกันความเสี่ยงและปกป้องสวัสดิภาพของพนักงานกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์

ภาพจากธนาคารไทยพาณิชย์

บุคคลภายนอกที่มาติดต่อกับทางธนาคาร ทางธนาคารจึงได้ออกมาตรการพิเศษสำหรับพนักงานกลุ่มธนาคารทุกระดับชั้นในการงดรับนัดหมายประชุมและพบปะโดยตรงกับบุคคลภายนอกที่เดินทางมาจากประเทศหรือผ่านประเทศกลุ่มเสี่ยง 11 ประเทศในพื้นที่สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน ในทุกกรณี ตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และให้ใช้ช่องทางอื่นแทน เช่น Teleconference, VDO Call เป็นต้น

สำหรับบุคคภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในธนาคาร เช่น Vendor, Outsources, Consult เป็นต้น ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งเกณฑ์การปฏิบัติตามประกาศของธนาคารและหากพบว่า พนักงานมีอาการป่วย หรือพบผู้มีอาการต้องสงสัยให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบและแจ้งหน่วยงานความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านมาตรการดูแลพนักงานและบุคคลภายนอก

รวมถึงลูกค้าของธนาคารนั้น ธนาคารได้เพิ่มจำนวนกล้องถ่ายภาพความร้อนสำหรับวัดอุณหภูมิ หรือ Thermo Scan รวม 9 เครื่อง จากปัจจุบันที่ติดตั้งเครื่องดังกล่าวบริเวณทางขึ้นบันไดเลื่อน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานก่อนขึ้นอาคารสำนักงานใหญ่

ทั้งนี้ อุณหภูมิร่างกายต้องมีค่าไม่เกิน 37.5 องศา หากมีอุณภูมิร่างกายมีค่าเกิน 37.5 องศา จะไม่อนุญาตให้เข้าปฏิบัติงานในอาคาร ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยติดตั้งเครื่อง Thermo Scan เพิ่มเติมตามอาคารสำนักงานของธนาคาร เพื่อเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 และกำหนดจุดคัดกรอง จำกัดทางเข้าออกอาคาร กรณีมีการระบาดในพื้นที่ตามแผนการจัดการเหตุฉุกเฉินกรณีโรคติดต่อร้ายแรง

กรณีผู้มาติดต่อที่เป็นชาวต่างชาติธนาคารจะขอดู passport ก่อน หากมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง จะไม่อนุญาตให้ขึ้นอาคาร นอกจากนี้ ธนาคารพิจารณาติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในพื้นที่ Public area และพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันสำหรับพนักงานกลุ่มที่ใช้บริการรถรับส่ง พนักงาน เช่นการทำความสะอาด/การสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งเพิ่มรอบการทำความสะอาดราวบันไดเลื่อน ปุ่มลิฟท์ พ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโถงลิฟท์ รวมทั้ง จัดหาเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ บริเวณหน้าลิฟท์ และประตูทางเข้าอาคาร

ภาพจาก ธนาคารไทยพาณิชย์

นอกจากนี้ ธนาคารจะดำเนินการตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานทุกคนที่เข้าทำงานภายใน ร้านค้าและอาคารสำนักงาน ต้องมีค่าไม่เกิน 37.5 องศา แล้วติดสติกเกอร์ สีต่างๆ (สีสติกเกอร์จะเปลี่ยนทุกวันเพื่อการตรวจสอบ) ตรวจวัดอุณหภูมิผู้รับเหมาทุกคนก่อนแลกบัตรขึ้นอาคาร ตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานก่อนแลกบัตรเข้าห้องฝึกอบรม
ตรวจวัดอุณหภูมิเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย / แม่บ้าน คนสวน ทุกคน

ขณะรวมแถวก่อนปฏิบัติงานด้านเครือข่ายสาขาจัดให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในสาขาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการลูกค้า และจัดเตรียมหน้ากากอนามัยสำหรับเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานกลุ่มเสี่ยงหากพบการติดต่อในพื้นที่ ขณะเดียวกันธนาคารได้ออกสื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้และแนวทางการปฏิบัติเพื่อระวังและป้องกันตัวจากโรคดังกล่าวแก่พนักงานอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

โดยมีคณะกรรมการติดตามประเมินสถานการณ์และมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติมทุกวัน ทั้งนี้ยังไม่มีพนักงานของธนาคารที่ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด

ภาพจาก PTT

ปตท. ยืนยันไม่พบพนักงานกลุ่ม ปตท. ติดเชื้อไวรัส COVID-19

ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวว่ามีพนักงาน กลุ่ม ปตท. เสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID-19 ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเพื่อนสนิทที่ได้เดินทางไปด้วยกัน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และพบว่าเพื่อนมีอาการป่วยเป็นไข้ 2-3 วันแล้วนั้น ทาง ปตท. ขอเรียนแจ้งว่า ปัจจุบันยังไม่มีพนักงานกลุ่ม ปตท. คนใดติดเชื้อไวรัส COVID-19 และพนักงานคนดังกล่าวนั้นได้เข้าพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว และยังคงมีสุขภาพปกติ รวมทั้งเพื่อนร่วมเดินทางก็ยังตรวจไม่พบเชื้อไวรัสดังกล่าวแต่อย่างใด

แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ปตท. และความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกคน จึงได้ให้พนักงานคนดังกล่าว  Work at Home ตามนโยบายเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการตนเองและรายงานมายังผู้บังคับบัญชาเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ปตท. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ความสำคัญต่อสุขภาพความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในประเทศไทยและที่เดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศทุกท่าน

โดยได้ออกประกาศภายใน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่จากไวรัส COVID-19 เพื่อขอความร่วมมือให้พนักงาน ปตท. ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเปิดศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังกรณีโรคอุบัติใหม่ COVID-19 ขึ้น เพื่อติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์โดยรวมอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินตามมาตรการการบริหารจัดการพื้นที่ปฏิบัติ ของ ปตท.

เช่น การจำกัดทางเข้าอาคารให้ทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรอง เพื่อวัดอุณหภูมิที่เข้าอาคารทุกคน การติดตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือ และเตรียมหน้ากากอนามัยไว้บริเวณทางเข้าอาคาร การทำความสะอาดจุดสัมผัสในลิฟต์ โดยน้ำยาฆ่าเชื้อ      นอกจากนี้ ส่วนบริหารพื้นที่ ยังดำเนินการอบโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในอาคารอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – มติชน, AIS, SCB, PTT

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา