‘ฮอนด้า’ ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 70 ปี เพราะแบกต้นทุน EV ไม่ไหว หันมาออกรุ่น ‘ไฮบริด’ ไปพลางๆ

ถอย…ดีกว่า ไม่เอา…ดีกว่า

จากค่ายรถที่เคยเดิมพันกับ EV อย่างจริงจัง วันนี้ ‘ฮอนด้า’ กำลังกลับลำครั้งใหญ่ ลดน้ำหนักรถยนต์ไฟฟ้า แล้วหันมาให้น้ำหนักกับ ‘ไฮบริด’ มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ‘ฮอนด้า’ ตั้งเป้าไว้ให้รถยนต์ BEV คิดเป็น 20% ของยอดขายรถใหม่ภายในปี 2573 และเป้าหมายให้ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ และ ‘รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง’ (FCEV) คิดเป็นยอดขายรถใหม่ทั่วโลก 100% ภายในปี 2583

อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนเร็วกว่าที่คาด รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้เป้าหมายดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้ นี่ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางสำคัญของบริษัทที่เคยผลักดัน EV อย่างหนัก

ประเด็นนี้ ‘โทชิฮิโระ มิเบะ’ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร ‘ฮอนด้า มอเตอร์’ ระบุว่า หนึ่งในแรงกดดันสำคัญคือ ความต้องการ EV ที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ที่นโยบายภาครัฐเริ่มเปลี่ยนทิศ และลดแรงสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า

แต่การถอยครั้งนี้ไม่ได้แปลว่า ‘ฮอนด้า’ จะทิ้ง EV ไปทั้งหมด บริษัทระบุว่ายังยืนยันเป้าหมาย ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ภายในปี 2593 และยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี EV ต่อ ทั้งแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบ All-Solid-State และระบบปฏิบัติการ ASIMO OS แต่จากนี้บริษัทจะใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นขึ้น และไม่ผูกอนาคตทั้งหมดไว้กับ EV เพียงทางเดียว

สิ่งที่ ‘ฮอนด้า’ เลือกทำแทนคือ หันมาให้น้ำหนักกับรถยนต์ไฮบริดมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยภายในปี 2573 บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลก เน้นตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก พร้อมเพิ่มเป้ายอดขายรถไฮบริดจาก 2.2 ล้านคัน เป็นราว 2.5 ล้านคันภายในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2574

‘ฮอนด้า’ ยังเตรียมลดต้นทุนระบบไฮบริดรุ่นใหม่ลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบที่เปิดตัวในปี 2566 พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันขึ้นอีกกว่า 10%

นอกจากนี้ บริษัทจะปรับโรงงานผลิตรถยนต์ทุกแห่งในอเมริกาเหนือให้รองรับการผลิตรถไฮบริดทั้งหมด และให้โรงงานแบตเตอรี่ที่ร่วมทุนกับ ‘LG Energy Solution’ ปรับบางสายการผลิตจาก EV มารองรับรถไฮบริด

เบื้องหลังการเปลี่ยนทิศทางนี้ มาจากต้นทุนที่ ‘ฮอนด้า’ ต้องแบกรับจาก EV อย่างหนัก ปีงบประมาณล่าสุดบริษัทขาดทุนสุทธิราว 4.24 แสนล้านเยน (ประมาณ 8.69 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2500

โดยมีค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ EV รวมกว่า 1.45 ล้านล้านเยน (ราว 2.97 แสนล้านบาท) และบริษัทคาดว่ายังจะมีภาระจาก EV เพิ่มอีก 5 แสนล้านเยน (ราว 1.02 แสนล้านบาท) ในปีนี้

ทั้งนี้ ‘ฮอนด้า’ ยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกแผนรถยนต์ไฟฟ้า แต่กำลังลดน้ำหนัก EV ในกลยุทธ์ระยะสั้น ในวันที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ‘ฮอนด้า’ ดูเหมือนจะเลือกทางที่ปลอดภัยกว่า นั่นคือการใช้ ‘ไฮบริด’ เป็นสะพานเชื่อม จนกว่าทิศทางตลาด EV จะชัดเจนมากกว่านี้

ที่มา: Nikkei Asia, Quartz

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา