กรุงเทพฯ มีคน 10 ล้านคน เช็กอินสวนเบญฯ-สวนลุมฯ ไปแล้ว 9.9 ล้านคน นี่ไม่ใช่ตัวเลขจริง แต่แค่จะบอกว่า ‘วงการวิ่ง’ ปีที่ผ่านมา มันบูมมากจริง ๆ ไม่เชื่อถาม HOKA ดู
เพราะล่าสุด เพิ่งจะเปิดตัว 3 สาขาใหญ่ ในทำเลทองทั้ง Siam Center, EmQuartier และ Central Ladprao

เปิดหน้าร้านใหม่รอบนี้ HOKA ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่วางคอนเซ็ปต์แต่ละสาขาค่อนข้างชัด เช่น สาขา Siam Center ถือว่าเป็น Hybrid Flagship Store แห่งแรกของ HOKA และเป็นสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 312 ตร.ม.
ภายในสิ้นปี 2025 HOKA มีสาขาในไทยรวมทั้งหมด 9 สาขา และปีหน้าก็จะมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก
ทำไม HOKA ถึงรุกหนักแบบนี้? คำตอบสั้น ๆ คือ HOKA มั่นใจว่ากรุงเทพฯ คือ ‘ฮับนักวิ่ง’ ของภูมิภาค เป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจในอาเซียนทั้งแผง
ส่วนคำตอบยาว ๆ ขอให้ลองอ่านต่อไปได้เลย
ไทยมีอะไร ทำไม HOKA เลือกเปิดหน้าร้านใหญ่ถึง 3 แห่ง?
‘พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร REV Edition ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ HOKA บอกว่าตอนนี้ HOKA มองกรุงเทพฯ เป็น Strategic Hub ในภูมิภาคนี้ โดยสาเหตุสำคัญมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ
สำหรับข้อแรก ‘โจเอล ลิม’ Head of Brand ของ HOKA South East Asia ช่วยเล่าถึงมุมมองที่มีต่อประเทศแห่งนี้ว่า คนไทยมีความเป็น Trend Setter คือทั้งเปิดรับและจุดกระแสเทรนด์ใหม่ ๆ เป็นอย่างดี
เขามองว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ เป็นศูนย์กลางแฟชั่น รวมถึงเป็นที่ที่มีทั้งความเป็นธรรมชาติไปจนถึงความเป็นชีวิตเมืองที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้นประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอิทธิพล (Center of Influence) สำหรับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

เรื่องต่อมา ‘ลิม’ บอกว่า ประเทศไทยมีร้านแฟล็กชิปและคอนเซ็ปต์สโตร์ของหลากหลายแบรนด์อยู่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับประเทศอย่างมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, และเวียดนาม และเขาเชื่อว่าการแข่งขันที่เข้มข้นเป็นเรื่องที่ดีในการเผยแพร่แนวทางของแบรนด์ออกไปทั่วทั้งภูมิภาค
ประเด็นสุดท้าย ‘ลิม’ มองว่า กรุงเทพฯ มีทั้งกลุ่มนักวิ่ง outdoor, กลุ่มคนสายแฟชั่น และกลุ่มที่ใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle อยู่ใน Ecosystem เดียวกัน คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ยังเป็นกลุ่มที่เปิดรับแบรนด์ใหม่และเทคโนโลยีใหม่เร็ว ทำให้ที่นี่เหมาะจะเป็น เมืองต้นแบบ สำหรับทดลองคอนเซ็ปต์ ‘Performance meets Lifestyle’ ก่อนที่เราจะนำโมเดลนี้ไปใช้ในประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การที่ HOKA วางประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จะช่วยสร้าง Regional Playbook
- ทั้งในแง่ของรูปแบบร้านค้า เช่น Concept Store ที่ EmQuartier, Hybrid Flagship Store ที่ Siam Center และการสร้างคอมมูนิตี้วิ่ง
- หรือการสร้างกิจกรรมข้ามประเทศ เช่น ต่อยอดความสำเร็จของ HOKA Chiangmai Thailand by UTMB
HOKA มองกระแส Run Club
ตอนนี้คอมมูนิตี้นักวิ่งในไทยเติบโตอย่างมากจากกระแส Longevity ‘พรศักดิ์’ อธิบาย เพราะกิจกรรมการวิ่งสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีรองเท้าแค่คู่เดียวก็เข้าร่วมได้เลย โดยเฉพาะในกลุ่มนักวิ่งระยะสั้น 3-5 กิโลเมตร ที่เน้นการออกกำลังกายเบา ๆ ไปพร้อมกับการเข้าสังคม

‘พรศักดิ์’ มองว่าการเติบโตของประชากรนักวิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่แล้ว เพราะทั้งส่งผลให้ประชากรนักวิ่งสุขภาพดีขึ้น และทำให้ขนาดของวงการวิ่งเติบโตขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลดีต่อแบรนด์
เมื่อพูดถึงกระแสที่นักวิ่งสายแคชวลเข้ามาสู่วงการมากขึ้น เมื่อมองผ่านการเติบโตของ Run Club ‘พรศักดิ์’ มองว่า โจทย์หนึ่งที่ต้องเข้าใจคือในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมต่อส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงาน ชีวิตประจำวัน และชีวิตส่วนตัวของผู้บริโภคในเขตเมืองได้เลือนหายเข้าหากัน
ส่งผลให้โอกาสในการเล่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้แบรนด์จึงจำเป็นต้องตอบสนองทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งานและความสะดวกสบายของผู้บริโภค
รองเท้าต้องมีความเอนกประสงค์ (versatility) มากพอที่จะใส่ไปทำงาน ขึ้นรถไฟฟ้า เดินในออฟฟิศ และยังคงใส่เพื่อวิ่งออกกำลังกายได้ในตอนเย็น หรือแม้กระทั่งใส่ไปคาเฟ่และท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ด้วยรองเท้าคู่เดียว
ซึ่งจากเทรนด์นี้ HOKA ได้นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือในการใช้งานในพื้นที่ของสมรรถนะ (performance) แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยเช่นกัน
ถ้ารองเท้าสบาย คนก็จะใส่แบบไม่พยายาม
แม้จะมีนักวิ่งหน้าใหม่เข้ามาสู่วงการมากขึ้น แต่ที่ผ่านมา ‘พรศักดิ์’ บอกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ HOKA ในตลาดประเทศไทยมีปัจจัยสำคัญที่มาจากเอกลักษณ์ของแบรนด์ และ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 แบรนด์ HOKA เกิดขึ้นโดยสองนักวิ่งเทรลชาวฝรั่งเศสอย่าง Nicolas Mermoud และ Jean-Luc Diard ที่ต้องการสร้างรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกให้ได้สูงสุด ในยุคที่ผู้ผลิตรายอื่นต่างออกแบบรองเท้าวิ่งพื้นบางเพื่อเน้นความเร็ว

ทุกวันนี้ HOKA ยังยืนยันใน DNA ความเป็น Performance Brand ที่พัฒนารองเท้าจากความต้องการของนักวิ่งตัวจริง มากกว่าการเป็น Lifestyle Brand โดยจะเน้นเทคโนโลยีการรองรับแรงกระแทกได้ดี และให้การซัพพอร์ตเท้า เพื่อให้นักวิ่งมีความพร้อมและรู้สึกสบายในการสวมใส่ ทำให้สามารถวิ่งได้ในทุกโอกาส
HOKA จึงกลายมาเป็นรองเท้าในจริตแบบ Maximalist ที่ใช้พื้นโฟมหนาเป็นเอกลักษณ์ ซัพพอร์ตแรงกระแทกได้มากกว่ารองเท้าทั่วไป
ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน (Lifestyle) ด้วยพื้นฐานเรื่องความสบายในการสวมใส่ แม้แบรนด์ไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อเป็น Lifestyle โดยเฉพาะ
ไม่ได้เปิดแค่ร้านใหม่ แต่ขอเป็น Ecosystem ให้นักวิ่งไทย
สำหรับเป้าหมายระยะยาว ‘พรศักดิ์’ บอกว่า HOKA วางตำแหน่งตัวเองอยู่ในจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศของนักวิ่ง โดยมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปได้เริ่มวิ่ง ไม่จำกัดเฉพาะนักวิ่งมืออาชีพ
ปีที่ผ่านมา CRC Sports ร่วมกับ REV Edition จัด HOKA Chiangmai Thailand by UTMB ได้ในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าเป็นงานวิ่งครั้งใหญ่ของเอเชีย ซึ่งสามารถดึงดูดนักวิ่งได้จากทั่วโลก
ในปีหน้า HOKA มี Run Club ที่จัดกิจกรรมจำนวนมาก (เกือบ 50 ครั้งต่อปี) โดยมีการจำกัดจำนวนนักวิ่งต่อครั้งไว้ที่ประมาณ 50-100 คน เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้การวิ่งที่ถูกวิธี ตั้งแต่การ Warm-up การกำหนดความเร็วและระยะทางที่เหมาะสม ไปจนถึงการ Cool Down และ Stretching ตอนจบ จุดประสงค์คือการสอนให้นักวิ่งทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้พวกเขาสามารถมีความสุขในการวิ่งได้อย่างยาวนาน
นอกจาก Run Club แล้ว HOKA ยังจัดกิจกรรมอื่น ๆ เช่น Trail Training เพื่อรองรับนักวิ่งตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงนักวิ่ง Elite ที่เข้าร่วมรายการระดับโลกอย่าง UTMB
ทิศทางแบรนด์ HOKA ปี 2026
‘พรศักดิ์’ พูดถึงปี 2026 ว่าน่าจะเป็นปีที่ตื่นเต้นสำหรับ HOKA และวงการการวิ่งโดยรวมที่มีแนวโน้มเชิงบวก นอกจากนี้ เขายังพูดถึงการขยายอีก 3 สาขาใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาว่าเป็นเรื่องดี และยังมีแผนขยายตัวอีกต่อเนื่องไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ

การเปิดร้านที่ Siam Center พร้อมขึ้นป้ายบน Facade หน้าบันได Siam Center มีความสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่เรื่องยอดขาย แต่เป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ HOKA ในประเทศไทย
Siam Center อยู่คู่กับประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และเป็นผู้นำด้านแฟชั่นของเมืองไทยเป็นแบรนด์ที่มีตัวตนและความสำเร็จในด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น การมีร้านที่ Siam Center จึงเป็นการยืนยันความสำเร็จของ HOKA ที่ก้าวข้ามความคาดหวังด้านยอดขาย และสอดคล้องกับทิศทางที่อยากกลายเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเมือง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา