HEYTEA เทพชาชีสเจ้าดังจากจีน เตรียมบุกประเทศไทยแล้ว ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์

มาแล้วลูกจ๋า ‘HEYTEA’ ชาดังสัญชาติจีน เตรียมบุกไทยเร็วๆ นี้ เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ (?)

heytea

เกิดเป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เมื่อคนตาดีดันไปเห็นโพสต์รับสมัครผู้จัดการร้านของ HEYTEA สาขาเซ็นทรัลเวิลด์เข้า ทำเอาคอชาทั้งหลายดีใจสุดๆ เพราะไม่ต้องบินไกลไปถึงต่างประเทศแล้ว

HEYTEA คือร้านชาที่มีจุดกำเนิดในตรอกเล็กๆ ชื่อว่า Jiangbianli มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยมีขนาดร้านไม่ถึง 30 ตารางเมตรด้วยซ้ำ แต่แบรนด์ก็มีความตั้งใจในการรังสรรค์เครื่องดื่มที่พวกเขารักและอยากแชร์ให้โลกรู้ ผ่านชาแนวใหม่ที่มาพร้อมเมนูออริจินัลอย่าง ‘ชาชีส’

จากร้านในซอยแคบๆ วันนั้น สู่แบรนด์ใหญ่ที่มีสาขาราวๆ 4,000 แห่งใน 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น พร้อมฐานสมาชิกมากกว่า 150 ล้านคนในปี 2024

ปรากฏการณ์ไวรัลที่คนยอมต่อคิวยาวกลางแดด

heytea
ภาพจาก Facebook: Heyteausa

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า HEYTEA แมสในหมู่คนรักชาขนาดไหน คำตอบก็คือ บางคนถึงขั้นไปยืนต่อแถวรอตั้งแต่ก่อนร้านเปิดด้วยซ้ำ

จากการรวบรวมหลายๆ ความเห็น บางสาขาในประเทศจีน มีคนยอมยืนรอกลางแดดนานถึง 3 ชั่วโมง เพื่อแลกกับชาชีสแค่แก้วเดียว จนผู้ใช้งานท่านหนึ่งตัดสินใจไปต่อแถวดูบ้างว่าของมันดีขนาดไหน ถึงพบว่า

“ชีสของที่นี่มีทั้งความนุ่ม หนา ครีมมี่ และเข้มข้น พร้อมความเค็มเล็กน้อยที่ทำให้รสชาติของมันโดดขึ้นมา ในส่วนของชา ผมเลือกชาเขียวมะลิ รสชาติก็กลางๆ นะ แต่ถ้าคุณทานตามวิธีที่ร้านบอกไว้ ซึ่งคือการกระดกแก้วเป็นมุม 45 องศา ชีสและชาในปริมาณที่พอดี ก็จะไหลตรงเข้าสู่ต่อมรับรสเลย กลายเป็นรสชาติที่ซับซ้อนเมื่อกลืนลงไป” 

ที่สำคัญ HEYTEA ไม่เป็นที่นิยมแค่ในประเทศจีนเท่านั้น เพราะอย่างในวันแรกของการเปิดสาขาที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา ก็มีคนมากมายเข้าไปต่อคิวตั้งแต่ก่อนร้านเปิด เพื่อหวังเป็นผู้โชคดีที่ได้รับของที่ระลึก

“ฉันรอคิวนานถึง 2 ชั่วโมงและสุดท้ายก็ได้เป็น 1 ใน 200 ผู้โชคดีที่ได้รับของขวัญเอ็กซ์คลูซีฟฉลองการเปิดร้าน มันคุ้มค่ามากๆ” หนึ่งในผู้โชคดีกล่าว

ชาจีนที่ใส่ความเป็นจีนเข้าไปในทุกอณู คอลแลบแบรนด์ดังมากกว่า 110 ครั้ง

heytea
ภาพจาก Facebook: Heyteausa

‘Daxue Consulting’ บริษัทให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ในตลาดจีน เผยว่า HEYTEA มีการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า ‘Guochao’ ซึ่งเป็นเทรนด์การอนุรักษ์วัฒนธรรมในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยสามารถเห็นได้จากองค์ประกอบต่างๆ ของแบรนด์ เช่น

  • ชื่อสินค้าและดีไซน์ของบรรจุภัณฑ์ที่มีการใส่ตัวอักษรจีนเข้าไป
  • การวางโพสิชันว่าเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรม
  • การผสานลูกเล่นความเป็นจีนยุคใหม่เข้ากับจีนดั้งเดิมในรูปแบบเรียบง่าย

ทางบริษัทเสริมว่า HEYTEA ยังไปคอลแลบกับแบรนด์ดังมากมาย จนเกิดเป็นกระแสยิ่งขึ้นไปอีก เช่น

  • HEYTEA x Barbie ที่มาพร้อมกับแก้ว กระเป๋า และของที่ระลึกลายพิเศษในธีมสีชมพูฉบับบาร์บี้ ซึ่งสามารถทำยอดขายได้เกือบ 3 ล้านแก้วในสัปดาห์แรกหลังเปิดตัว
  • HEYTEA x FENDI เมื่อแบรนด์หรูถูกนำมาเป็นดีไซน์บนแก้วชาสีเหลืองในราคาที่จับต้องได้ ทำให้สามารถทำยอดขายไปมากกว่า 1.5 ล้านแก้วภายใน 3 วันแรก พร้อมคอนเทนต์สะพัดทั่วโซเชียลกว่า 100 ล้านโพสต์

Daxue Consulting มองว่า นับตั้งแต่เปิดแบรนด์มาในปี 2012 จนถึง 2023 HEYTEA เคยคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ ไปมากกว่า 110 ครั้งแล้ว สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

จากความไวรัลนี้ สะท้อนให้เห็นว่า HEYTEA ไม่ได้ดังแค่เพราะกระแสจากโซเชียลอย่างเดียว แต่ทางแบรนด์ก็มีกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อตกลูกค้าโดยเฉพาะเช่นกัน

มารอดูกันเลยว่าเมื่อ HEYTEA มาถึงไทยแล้ว พวกเขาจะมีกลยุทธ์ในการตีตลาดคนไทยแบบไหน เอาชนะตลาดบ้านเราที่มีคู่แข่งมากมายได้ไหม และลูกค้าจะยอมต่อคิวรอนานเท่าไร คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: HEYTEA, BaiduWiki, 3than Wong, Global Observer, Daxue Consulting

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา