ใช่ว่าจะเติบโต? Herman Miller และ Steelcase ยอดขายหายเพราะมี Work from Home

โรค COVID-19 ทำให้ Work from Home กลายเป็นกระแสใหม่ และผู้บริโภคต่างหาซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานดี ๆ มาใช้ที่บ้านเป็นจำนวนมาก แต่ใช่ว่ากระแสนี้จะทำให้สองยักษ์ใหญ่แห่งโลกเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมีรายได้เพิ่มขึ้น

herman miller steelcase

Steelcase กับการปิดปีที่ไม่สวยงาม

เริ่มต้นที่ Steelcase แบรนด์ที่เคลมตัวเองว่าเป็นอันดับหนึ่งในตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานด้วยรายได้ปีงบประมาณ 2021 (สิ้นสุดเดือนก.พ. 2021) ปิดที่ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ถึงจะมากที่สุด ตัวเลขดังกล่าวกลับน้อยกว่าปีงบประมาณ 2020 ที่ปิดได้ 3,700 ล้านดอลลาร์ หรือปรับตัวลดลงถึง 30%

สำหรับรายได้ของ Steelcase มาจากสหรัฐอเมริกาถึง 71% กลุ่มยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 20% และพื้นที่อื่น ๆ 9% โดยเหตุผลหลักที่ทำให้รายได้ของบริษัทลดลงมากขนาดนี้มาจากการระบาดของโรค COVID-19 ที่ทำให้ลูกค้าองค์กรชะลอการสั่งซื้อ เพราะต้องให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home เกือบทั้งหมด

steelcase

หากเจาะไปที่ส่วนแบ่งรายได้ของ Steelcase ตามประเภทลูกค้าจะพบว่า ลูกค้าองค์กร และอื่น ๆ คิดเป็น 72% รองลงมาเป็นการศึกษา 16% และกลุ่มสุขภาพ 12% ดังนั้นการกระตุ้นให้ลูกค้าทั่วไปมาสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานของ Steelcase จึงทดแทนรายได้ที่หายไปไม่ได้ คล้ายกับวิกฤตการเงินเมื่อปีงบประมาณ 2010 ที่ทำรายได้หายไปเยอะ

ผลิตเฟอร์นิเจอร์ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่

เมื่อปีงบประมาณ 2021 ทำได้ไม่ดี Steelcase จึงกลับไปวิเคราะห์ข้อผิดพลาด และเตรียมกลับมาเติบโตหลังจากนี้ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ เฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานยุคใหม่ เพราะบริษัทเชื่อว่า การเปิดให้พนักงานของทุกองค์กร Work from Home ตลอดคงไม่ใช่เรื่องที่ดี ผ่านประสิทธิภาพ, การทำงานร่วมกัน และสุขภาพของพนักงานที่แย่ลง

steelcase

เฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานยุคใหม่จะถูกออกแบบภายใต้แนวคิด รองรับการออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ และปรับใช้ได้กับงานทำงานแบบเดี่ยว และกลุ่ม ทั้งยังพร้อมตอบโจทย์การทำงานที่บ้าน และลูกค้าระดับองค์กรที่ต้องการออกแบบเฉพาะ

ที่สำคัญนอกจากตลาดสหรัฐอเมริกา Steelcase พยายามเร่งทำตลาดในกลุ่มยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพราะทั้งหมดนี้น่าจะมีกระแสกลับมาทำงานที่สำนักงานมากขึ้น รวมถึงตลาดเอเชียแปซิฟิคที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว บริษัทจะออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ที่แข็งแกร่งอีกทาง

steelcase
เก้าอี้รุ่น Gesture ของ Steelcase

Herman Miller ก็ไม่รอดจากวิกฤตินี้

ส่วน Herman Miller แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานอันดับสองตามข้อมูลของ Steelcase มีปัญหาภายใต้วิกฤต COVID-19 เช่นกัน เพราะในปีงบประมาณ 2020 (สิ้นสุดเดือนพ.ค. 2020) บริษัทปิดยอดขายที่ 2,486 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อนหน้านี้ 3% เนื่องจาก 3 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2020 ยอดขายลดลงถึง 28%

แม้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2021 (สิ้นสุดเดือนพ.ค. 2021) จะทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ไตรมาส 2 และ 3 กลับแทบไม่เพิ่มขึ้น และปรับตัวลดลง 5% ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงการ Work from Home และ COVID-19 ส่งผลกับยอดขายของ Herman Miller โดยตรง

Herman Miller
ยอดขายของ Herman Miller รายไตรมาส

หากเจาะไปที่ส่วนแบ่งรายได้ของ Herman Miller จะพบว่า ในปีงบประมาณ 2020 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานให้ลูกค้าองค์กรในสหรัฐอเมริกาถึง 64% ส่วนการขายบุคคลทั่วไปในสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 16% และยอดขายจากประเทศอื่น ๆ รวมลูกค้าองค์กร และลูกค้าทั่วไปอีก 20%

ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สร้างการเติบโตในอนาคต

Herman Miller พยายามแก้เกมวิกฤต COVID-19 และ Work from Home ด้วยการหาพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างโอกาสรายได้ใหม่ ๆ จึงเป็นที่มาของการควบรวมกิจการ Knoll แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานสหรัฐอเมริกา และคู่แข่งสำคัญ ทำให้บริษัทมีรายได้รวมกัน 3,555 ล้านดอลลาร์ (เอาปีงบประมาณ 2020 ของทั้งสองบริษัทมารวมกัน)

herman miller

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Herman Miller ผงาดขึ้นมาเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่มีรายได้มากที่สุด โดยดีลนี้มีมูลค่าถึง 1,800 ล้านดอลลาร์ และไม่ใช่ครั้งแรกที่ Herman Miller เดินกลยุทธ์ควบรวมกิจการ เพราะก่อนหน้านี้ควบรวมทั้ง HAY, Design Within Reach, Maharam และอีก 5 แบรนด์ เพื่อขยายตลาดได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน Herman Miller ยังเตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ 4 ข้อคือ พัฒนาองค์กรให้รวดเร็วคล่องตัว และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน, ลงทุนในเทคโนโลยี และวางลูกค้าเป็นศูนย์กลาง, สร้างการเติบโตในสหรัฐฯ และต่างประเทศ พร้อมขยายธุรกิจค้าปลีก และสุดท้ายคือสร้างคนในองค์กรให้เก่งขึ้นไปอีกขั้น

herman miller
เก้าอี้รุ่น Embody ของ Herman Miller

สรุป

แม้เก้าอี้สำนักงาน และเฟอร์นิเจอร์ของ Herman Miller และ Steelcase จะถูกพูดถึงอย่างมากในช่วง Work from Home แต่ด้วยทั้งคู่ต่างมีลูกค้าเป็นฝั่งองค์กรเสียส่วนใหญ่ และองค์กรเหล่านั้นต่างต้องให้พนักงาน Work from Home บางรายถึงขั้นทบทวนรูปแบบสำนักงาน ส่งผลกับ 2 แบรนด์นี้เต็ม ๆ และส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากนี้ Herman Miller และ Steelcase จะเข้ามาทำตลาดผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง

อ้างอิง // Steelcase, Herman Miller 1, 2

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา