[วิเคราะห์ ] ระบบแบงก์ล่มทั้ง Mobile banking-ATM ลูกค้าและธนาคารต้องทำไง ?

เช้านี้ (31 ส.ค.) ทุกคนยิ้มออกเพราะเป็นวันเงินเดือนเข้า เตรียมไปกดเงินที่ตู้ ATM เตรียมโอนเงินเพิ่มใช้จ่าย ทว่าระบบแบงก์ทั้ง Mobile banking และตู้ ATM เสีย แล้วลูกค้าอย่างเราต้องทำไง ?

ระบบแบงก์ล่ม ทำธุรกรรมผ่าน Mobile banking ถอนเงินจากตู้ ATM ไม่ได้ !

แหล่งข่าวจาก บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (ITMX) (บริษัทที่ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างแบงก์พาณิชย์) บอกวา เช้านี้ตั้งแต่ประมาณ 6.00 น. ระบบ Core Banking ของธนาคารกสิกรไทยมีปัญหา ส่งผลให้ระบบ ATM Mobile banking และระบบธุรกรรมต่างๆ ของกสิกรไทยใช้ไม่ได้ ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อการทำธุกรรมโอนเงินข้ามธนาคาร และพร้อมเพย์ที่เชื่อมโยงทั้งระบบธนาคารด้วย ซึ่งจะทำให้การโอนเงินไปแบงก์อื่นจะดีเลย์ หรือทำธุรกรรมไม่ได้

“หลักๆ เกิดจาก ระบบ Core Banking ของกสิกรไทย เลยทำให้แบงก์อื่นโอนไปที่เขาไม่ได้ ทั้งโอนเงินผ่านมือถือ และพร้อมเพย์ แต่เขาก็แก้ไขได้ในเวลาประมาณ 10.30 น.น่าจะทยอยใช้ได้แล้ว ตั้งแต่ ATM Mobile banking และสาขา ซึ่งเขาต้องมีการรายงานไปที่แบงก์ชาติ และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วน Mobile banking แบงก์อื่นๆที่ใช้ไม่ได้ เกิดขึ้นแค่ระดับนาที เขาก็แก้ไขปัญหาได้เร็ว”

ซึ่งสถานการณ์จาก Social Media และเว็บเพจของธนาคารต่างๆ ก็มีผู้บริโภคเข้าไปคอมเมนท์ ปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00-9.00 น. หลายคนเจอปัญหา Mobile Banking ของหลายธนาคารเข้าใช้งานไม่ได้ เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ฯลฯ ทำให้ลูกค้าได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน

ที่สำคัญคือ คนส่วนใหญ่ต้องไปตู้ ATM เพื่อถอนเงินแทนแต่ก็ไม่สามารถกดเงินได้ บางคนโอนเงินก็ไม่เข้าบัญชีผู้รับ ทำให้ต้องโทรหา Call Center ทุกธนาคารกัน

ภาพจาก shutterstock

แบงก์พาณิชย์-ธปท.-ITMX-สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าว สอบถามไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และแบงก์พาณิชย์หลายแห่งก็อยู่ระหว่างการแก้ปัญหา จนเวลา 10.30 น. ระบบ Core Banking ของกสิกรไทยทยอยใช้ได้เป็นส่วนๆ

โดยแนวทางการแก้ปัญหา ทาง นา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer นาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับระบบไอที ต้องดูรายละเอียดเป็นเคสไป เพราะใน 1 เหตุการณ์อาจเกิดได้จากหลายองค์ประกอบ ดังนั้นเลยเป็นหน้าที่ของธนาคารที่ต้องหาจุดเริ่มต้นของปัญหาให้เจอ หาวิธีรับมือในเรื่องที่เกิดขึ้นในตัวระบบ 

ส่วนกรณีที่เกิดปัญหากับธุรกรรมของลูกค้า แบงก์ต้องเตรียมทีมงานให้พร้อม เช่น Call Center ที่จะแก้ไขปัญหาลูกค้าให้ไวที่สุด อย่างลูกค้าโอนเงินแล้วไม่เข้าบัญชีผู้รับ เราต้องเร่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าทันที ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ Mobile Banking ของแบงก์เราไม่มีปัญหาอะไร แต่เราก็เตรียมทีมงานไว้ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 

ธนา เธียรอัจฉริยะ

ชี้ตัวเลขธุรกรรมออนไลน์เพิ่มจาก 8 ล้านครั้ง/เดือน เป็น 53 ล้านครั้ง/เดือน

ธนา เล่าต่อว่า วันสิ้นเดือนแบบนี้ จำนวนธุรกรรมจะเยอะมาก เพราะเป็นวันเงินเดือนออก เป็นช่วงสิ้นเดือนที่คนจะโอนเงิน แถมยังเป็นวันศุกร์ที่คนเลือกจะทำธุรกรรมก่อนเข้าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เรียกว่าน่าจะมีตัวเลขสูงสุดตั้งแต่บันทึกมา

ที่สำคัญคือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกเพิ่มสูงขึ้นมาก เฉพาะของ SCB ช่วงเดือนก.ย. หรือ ส.ค. ปีที่แล้วมีธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เดือนละ 8 ล้านครั้ง แต่ปัจจุบัน อยู่ที่ 53 ล้านครั้ง ตัวเลขขยับขึ้นเร็วมาก

“จากธุรกรรม 8 ล้านครั้งต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 53 ล้านครั้งต่อเดือน โครงสร้างของแบงก์ด้านไอทีทั้งหมดจะต้องขยายออกตามความต้องการของลูกค้าที่เข้าสู่ดิจิทัลเร็วขึ้น และสูงมากขึ้น”

ภาพจาก Shutterstock

ธปท.-สมาคมธนาคารไทย อัพเดทสถานการณ์ระบบแบงก์ล่าสุด

ด้าน รณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า เช้านี้มีธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีปริมาณธุรกรรมข้ามธนาคารจำนวนมากเกิดปัญหาระบบขัดข้องทำให้เกิดรายการค้างรอจำนวนมาก มีผลกระทบไปสู่ธนาคารหลายแห่งให้เกิดการสะดุดหรือล่าช้าในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะบริการ mobile banking 

ธปทติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและให้ธนาคารเร่งแก้ไข โดยเบื้องต้นกันธนาคารดังกล่าวออกจากระบบกลางเพื่อลดผลกระทบที่มีกับธนาคารอื่นให้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่ได้ตกลงกันไว้ และมีการกำชับแบงก์ให้ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกราย เช่น กรณีรายการโอนเงินไม่สมบูรณ์หรือไม่ได้รับเงินทันที 

นอกจากนี้ ธปท. สั่งการธนาคารที่มีปัญหาให้มีแผนการยกระดับศักยภาพความสามารถในการให้บริการ เพื่อรองรับธุรกรรมที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป   

ด้าน สมาคมธนาคารไทย ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ธนาคารส่วนใหญ่ทยอยแก้ไขเหตุขัดข้องดังกล่าวแล้ว และระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวและปลายทางไม่ได้รับเงิน ทางธนาคารจะรีบดำเนินการปรับปรุงบัญชีให้กับลูกค้าภายในวันที่ 1 กันยายน 2561

สรุป

เหตุการณ์หลักเกิดจากระบบ Core banking ของกสิกรไทย ส่งผลกระทบต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกันทุกธนาคาร ซึ่งปัจจุบันมีการแก้ไขแล้วใช้งานได้แล้ว ทางแก้ของผู้บริโภคอย่างเรา ต้องติดตามข่าวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือบางคนที่มีบัญชีมากกว่า 1 ธนาคารก็จะมีทางออกในชีวิตมากกว่าคนอื่น ?

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา