กรณีศึกษา เมื่อ “รถกับข้าว” กลายเป็นคำตอบที่น่าสนใจของสังคมสูงวัยในญี่ปุ่น

รถกับข้าวกับทางเลือกใหม่ของผู้สูงวัยในญี่ปุ่น

Tokushimaru
รถกับข้าวของ Tokushimaru Photo: とくし丸オフィシャル

“รถกับข้าว” ทางเลือกใหม่ของสังคมสูงวัยในญี่ปุ่น

สังคมสูงวัยในญี่ปุ่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้ดี โดยในปัจจุบันมีประชากรที่อายุมากกว่า 70 ปีมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศแล้ว

คนสูงวัยในญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในชนบท มีปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือ ไม่สะดวกในการออกไปซื้อหาอาหารหรือวัตถุดิบ ดังนั้น ถ้ามีใครสักคนเอาอาหารหรือวัตถุดิบมาขายให้ถึงหน้าบ้านได้ ย่อมเป็นเรื่องดี และแน่นอนว่านี่คือช่องว่างทางธุรกิจที่ใหญ่มหาศาล

กรณีศึกษาจากเมืองโทคุชิมะ (Tokushima) มีบริษัทหนึ่งชื่อว่า “Tokushimaru” คิดโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหา pain point ของผู้สูงวัยในสังคมญี่ปุ่นด้วยการส่งรถกับข้าว (คนไทยใช้คำนี้หรือบางทีก็เรียกรถพุ่มพวง แต่อย่างไรก็ดี มีความหมายที่เข้าใจร่วมกันว่าหมายถึง รถขายวัตถุดิบอาหาร ตั้งแต่ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ วัตถุดิบในครัว ไปจนถึงของชำเล็กๆ น้อยๆ)

รถกับข้าวของ Tokushimaru จะทำหน้าที่เป็นเสมือน “ซุปเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่” โดยจะบรรทุกสินค้าในแต่ละครั้งกว่า 400 ชนิด และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,500 ชิ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าต่างๆ ที่ขายในรถกับข้าวของ Tokushimaru มาจากความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ตในท้องถิ่น ทำให้สินค้ามีความหลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้าในพื้นที่

แต่กว่าที่ Tokushimaru จะประสบความสำเร็จมาถึงจุดนี้ บริษัทต้องใช้เวลากว่า 7-8 ปี ก่อนหน้านี้ได้เริ่มต้นชิมลางให้บริการมาตั้งแต่ปี 2012 และหลังจากนั้นมาจุดติดอย่างจริงจังในปี 2016 สามารถขยายบริการรถกับข้าวได้มากถึง 100 คัน และหลังจากเมื่อตั้งตัวได้ ทางบริษัทก็ขยายรถกับข้าวเพิ่มมากขึ้น คิดแล้วมีรถกับข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 100 คันมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

ในทุกวันนี้ Tokushimaru มีรถกับข้าววิ่งให้บริการกว่า 470 คัน โดยตั้งเป้าว่าจะขยายการให้บริการไปในพื้นที่อื่นๆ ของญี่ปุ่นและจะมีจำนวนรถกับข้าวสูงถึง 1,000 คันในปี 2022

Tokushimaru
หน้าเว็บไซต์รถกับข้าวของ Tokushimaru

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งตะวันตกก็เริ่มมีกระแสการผลิตคิคค้น “รถกับข้าว 4.0” ไว้รองรับบริการลักษณะนี้ไว้แล้วในอนาคตเช่นกัน

อ่านได้จากบทความ หรือว่าอนาคตของร้านสะดวกซื้อ คือรถยนต์ไร้คนขับที่ขนของมาขายถึงหน้าบ้าน หรือชมคลิปด้านล่างนี้

ที่มา – Nikkei Asian Review

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา