Grab ระดมทุนเพิ่ม 750 ล้านดอลลาร์ยกระดับเงินทุนรวม 1,000 ล้านดอลลาร์ ซอฟท์แบงค์นำทีม

grab

แกร็บ (Grab) แพลทฟอร์มเรียกใช้บริการโดยสารชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนโดยการระดมทุนรอบใหม่รวมมูลค่ากว่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยกฐานะขึ้นเป็นบริษัทที่มีเงินทุนรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการเปิดให้ร่วมระดมทุนในครั้งนี้ แกร็บจะกลายเป็นบริษัทสตาร์ทอัพในธุรกิจเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ระดมทุนได้ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยซอฟท์แบงค์ (SoftBank) พันธมิตรระยะยาวของแกร็บ เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในการระดมทุนในรอบนี้

แกร็บ เป็นผู้ดำเนินงานเครือข่ายบริการขนส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแพลทฟอร์มบนโทรศัพท์มือถือที่มีการใช้บริการ 1.5 ล้านครั้งต่อวัน ในปัจจุบันแกร็บเปิดให้บริการในรูปแบบรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถแท็กซี่ และการร่วมโดยสารในเส้นทางเดียวกัน ครอบคลุม 31 เมืองทั่ว 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับทิศทางในอนาคต แกร็บจะใช้ความแข็งแกร่งจากเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อขยายบริการขนส่งของตนอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนอกจากจะมีประชากร 620 ล้านคนแล้ว จำนวนชนชั้นกลางและผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย

grab3

นอกจากนี้แกร็บยังมีแผนลงทุนเพิ่มศักยภาพอย่างมีนัยสำคัญในด้านการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้เพื่อให้การทำรายการในแต่ละวันเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีอัตราการใช้ธนาคารและบัตรเครดิตในระดับต่ำและมีทางเลือกไม่มากนักสำหรับการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด

แอนโทนี่ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บอกว่า การเพิ่มทุนครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในวงการเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้เรามุ่งหน้าสู่เป้าหมายระยะยาว พร้อมกับต่อยอดความเป็นผู้นำตลาด ตลอดจนศักยภาพที่จะขยายแพลทฟอร์มชำระเงินของแกร็บเพย์ (GrabPay) ในระดับภูมิภาค

เป้าหมายหลักด้านการลงทุนและโอกาสในการเติบโต

เนื่องจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก แกร็บจึงมีแผนลงทุนต่อเนื่องในส่วนต่างๆ ดังนี้

เติบโตต่อเนื่องในอินโดนีเซีย อินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยจำนวนประชากร 250 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งภูมิภาค แกร็บจะเดินหน้าเพิ่มพูนทั้งในด้านความหลากหลาย ปริมาณ และประสิทธิภาพของบริการต่างๆ เน้นในจาการ์ตา เมืองใหญ่ที่มีประชากร 30 ล้านคน

grabbike

เดินหน้าพัฒนา แกร็บเพย์ (GrabPay) อัตราประชากรที่ไม่มีบัญชีธนาคารซึ่งมีมากถึง 43% ทำให้ภาพรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบันยังเป็นตลาดที่ใช้เงินสดเป็นส่วนใหญ่ และยังมีพื้นที่ให้พัฒนาทางเลือกที่ดีกว่าในการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ แกร็บเริ่มต้นด้วยการจับมือกับ แมนดิริ (Mandiri) ธนาคารท้องถิ่นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย เพื่อนำเสนอบริการกระเป๋าเงินบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Wallet) และยังเป็นพันธมิตรระยะยาวกับ ลิปโป กรุ๊ป (Lippo Group) ที่ร่วมเปิดให้บริการแพลทฟอร์มชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-money Payment) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้แกร็บเพย์ได้ที่ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์ท โรงภาพยนตร์ คอฟฟี่ช็อป และช่องทางอีคอมเมิร์ซของ ลิปโป กรุ๊ป เมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมมือกับ ซิตี้ (Citi) เพื่อให้ผู้ถือบัตรสามารถชำระค่าโดยสารของแกร็บได้ที่จุดบริการของ ซิตี้แบงก์ โดยถือเป็นความร่วมมือกับธุรกิจร่วมโดยสารครั้งแรกของธนาคารระดับโลก

เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ด้วยขีดความสามารถทางเทคโนโลยี การเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล แกร็บจะเดินหน้าลงทุน พร้อมทั้งเปิดใช้บริการต่างๆ เช่น การคาดการณ์ความต้องการ และ ผู้ขับขี่และผู้ใช้เป้าหมาย เป็นต้น แกร็บมีการจ้างงานบุคลากรความสามารถสูงจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ เช่น ซอฟท์แวร์แฟลช (Flash) ที่รวมทั้งรถยนต์และรถแท็กซี่ไว้ด้วยกัน เพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบจัดการหลังบ้าน (Back-end Routing) และสร้างฐานข้อมูลจุดสนใจ (Points of Interest – POI) บนแผนที่ขึ้นเป็นของตนเอง

grab-1

นับตั้งแต่เปิดระดมทุนในซีรีส์อีเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 เป็นต้นมา แกร็บสามารถเพิ่มยอดรวมของผู้ขับขี่และผู้ใช้ที่มีการใช้บริการจริงได้เกือบ 4 เท่า รวมถึงปริมาณการเรียกใช้บริการด้วย ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดแอพ Grap เข้าสู่อุปกรณ์มือถือกว่า 21 ล้านเครื่อง และผู้ใช้สามารถเข้าถึงเครือข่ายที่มีผู้ขับขี่กว่า 400,000 คนเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขนส่งโดยสารของพวกเขา

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา