Google Cloud เลือก ‘กรุงเทพ’ เปิดตัว Cloud Region หนุนไทยเดินหน้าเข้าสู่ยุค AI

หลังจาก Google Cloud เปิดตัวโครงการ ‘PanyaThAI’ เพื่อผลักดันองค์กรไทยสู่ยุค Agentic AI ที่ใช้งานได้จริง เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ล่าสุด Google Cloud ประกาศเดินหน้าลงทุนอีกครั้งในไทย ด้วยงบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้าง ‘Cloud Region’ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ

‘อรรณพ ศิริติกุล’ ผู้บริหาร Google Cloud ประเทศไทย และ ‘Karthik Narain’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจของ Google Cloud ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มองแค่การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ แต่เป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลระยะยาวให้ประเทศไทย

Google ประเมินว่า การลงทุนดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และสร้างการจ้างงานมากกว่า 130,000 ตำแหน่งภายในระยะเวลา 5 ปี

‘อรรณพ’ อธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเลขการจ้างงานนี้ เป็นการจ้างงานทางอ้อมที่เกิดจากระบบนิเวศของเทคโนโลยี ไม่ใช่การจ้างงานตรงทั้งหมดจาก Google แต่ครอบคลุมตั้งแต่พาร์ทเนอร์ นักพัฒนา ผู้ให้บริการ ไปจนถึงธุรกิจใหม่ที่เติบโตจากการเข้ามาของคลาวด์และ AI

พร้อมย้ำว่า การตั้ง Cloud Region ในไทยไม่ใช่แผนระยะสั้น เพราะ Google เริ่มประกาศเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2022 แล้ว

ไม่ได้เป็นแค่ดาต้าเซ็นเตอร์

Cloud Region ของ Google Cloud ในกรุงเทพ ถูกออกแบบให้ยกสถาปัตยกรรมระดับโลกมาไว้ในไทย ทั้งด้านระบบประมวลผล และความปลอดภัย พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายระดับโลกของ Google ที่ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและเขตแดน

ผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั้งบนบกและใต้น้ำ รวมระยะทางกว่า 7.75 ล้านกิโลเมตร รวมถึงสายเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างออสเตรเลียและประเทศไทยโดยตรง

สิ่งนี้ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลปริมาณมาก ระหว่าง Cloud Region ทั้ง 43 แห่งทั่วโลก ดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร และคลาวด์รายอื่นอย่าง AWS, Microsoft Azure และ Oracle เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับองค์กรไทยคือ การมีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ในประเทศ ทำให้การรับส่งข้อมูลมีความหน่วงต่ำ เหมาะกับงานแบบเรียลไทม์ รองรับอธิปไตยทางข้อมูลและกฎระเบียบในประเทศอย่าง ‘PDPA’ และมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

รวมถึงการให้บริการแบบครบสแตก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูล ไปจนถึงโมเดล AI โดยปัจจุบันบริการหลักของ Google Cloud ในไทยมีความพร้อมแล้วราว 80-90% เมื่อเทียบกับ ‘สิงคโปร์’ และจะทยอยเพิ่มตามความต้องการของตลาด

การมาของ Google Cloud จะเปลี่ยนการทำงานทั้งรัฐเอกชน

ในมุมของกลยุทธ์ AI ‘Karthik’ มองว่า AI เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต และจะเข้ามาเปลี่ยนทั้งการทำงานของภาครัฐ และเอกชนอย่างเป็นระบบ

หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ ‘Gemini Enterprise’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่กังวลเรื่องข้อมูล โดย AI จะเรียนรู้จากข้อมูลภายในองค์กร เช่น ยอดขายหรือสต็อกสินค้า โดยไม่ได้นำข้อมูลสาธารณะไปปะปน

ฟีเจอร์หลักของ Gemini ครอบคลุมตั้งแต่หน้าต่างสนทนาเพื่อเข้าถึงโมเดล เครื่องมือสร้างและควบคุม AI Agent ไปจนถึงความสามารถในการสั่งให้ AI ลงมือทำงานจริง เช่น สร้างแคมเปญการตลาด หรือส่งอีเมลอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนภาพ AI Agents ที่จะเข้ามาเปลี่ยนงานบริการลูกค้า และงานหลังบ้านขององค์กร

ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ Google ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โดยตั้งเป้าเทรนคนไทยให้มีทักษะด้าน AI กว่า 110,000 ผ่านโปรแกรม ‘ChaiyoGCP’ เน้นทักษะใหม่ที่ตลาดต้องการ เช่น Prompt Engineer และรูปแบบการเขียนโค้ดแบบใหม่

พร้อมเปิดแพลตฟอร์ม ‘Google Skills’ ที่มีคอร์สออนไลน์ฟรีมากกว่า 3,000 คลาส เพื่อช่วยสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ในยุคดิจิทัล ขณะเดียวกัน บุคลากรในดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นการผสมผสานระหว่างผู้เชี่ยวชาญไทย และต่างชาติที่ผ่านการรับรองทักษะระดับสากล

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การลงทุนของ Google Cloud ในไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปิดดาต้าเซ็นเตอร์ แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี คน และระบบนิเวศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และยุค AI อย่างเต็มรูปแบบในระยะยาว

ที่มา: งานแถลงข่าว Google Cloud

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา