“ผมจะเป็นผู้นำในภารกิจนี้” ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน รับมือโควิด-19

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า ช่วงเวลาหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้าต่อจากนี้ อาจต้องเผชิญช่วงเวลาที่เลวร้ายและช่วงเวลาที่ยากลำบากของไทย ช่วงเวลานี้จะเป็นบททดสอบที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของภาวะวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 สถานการณ์อาจยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและเลวร้ายยิ่งขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่า จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย ใจ รายได้ และการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้สามารถหยุดการแพร่ระบาดและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น

พลเอกประยุทธ์ฯ ระบุว่าจะเข้ามาบัญชาการ การจัดการกับไวรัสโควิด-19 ในทุกมิติอย่างเต็มตัวทั้งการป้องกันการระบาด การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศ จากผลกระทบของโควิด-19

ผมจะเป็นผู้นำในภารกิจนี้ และรายงานตรงต่อประชาชนชาวไทยทุกคน จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตราย ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้ตั้งไว้แล้วให้เป็นหน่วยงานพิเศษ เพื่อบูรณาการและสั่งการได้อย่างรวดเร็ว โดยมีผมเป็นประธาน

สำหรับข้อกำหนดต่างๆ เช่น การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง การปิดพื้นที่เสี่ยงได้มีการปิดไปบ้างแล้ว การปิดช่องทางเข้าประเทศ การเสนอข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้สูงวัย คนป่วย และเด็ก การห้ามกักตุนสินค้า การขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผล การห้ามเสนอข่าวบิดเบือนจะมีการประกาศตามมาหลังจากที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว

ผมขอยืนยันว่า ภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้าที่จำหน่ายสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ข้อกำหนดเหล่านี้อาจสร้างความไม่สะดวกอยู่บ้าง ขอให้ร่วมมือและเสียสละเพื่อส่วนรวม งานหลักที่เราต้องทำควบคู่ไปคือการควบคุมการระบาด ใช้แอปพลิเคชันเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์อาการ

นอกจากนี้ ผมจะปรับปรุงการสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ให้ชัดเจน ถูกต้อง ถี่ถ้วน จะนำเสนอวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดความคลาดเคลื่อน โปร่งใส ชัดเจน จากเพียงแหล่งเดียวทุกวัน ขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนใช้ข้อมูลจากการแถลงประจำวันของทีมสื่อสารเฉพาะกิจและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แทนการขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นทำงานได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดียทุกท่าน พวกเราอยู่ทีมเดียวกัน สามารถแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องจากการแถลงที่ถูกต้องจากการแถลงประจำวัน ช่วยกันรายงานและต่อต้านการแชร์ข่าวปลอม และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของท่านช่วยให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้รับรู้และเข้าใจข้อมูลได้ง่ายเพื่อให้เข้าใจกว้างขวางขึ้น

ที่มา – ThaiPBS

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา