กระแส ‘Longevity’ หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังทำให้วิธีดูแลสุขภาพของผู้คนเปลี่ยนไป จากเดิมที่โฟกัสแค่การออกกำลังกาย ไปสู่การดูแลทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ

หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกใช้มากขึ้นคือ ‘สมาร์ทวอทช์’ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ติดตามการออกกำลังกาย แต่เริ่มถูกใช้เพื่อดูแลสุขภาพใจ เช่น การทำสมาธิ ควบคู่กับกิจกรรมพื้นฐานอย่างการวิ่ง การเดิน และการฝึกความแข็งแรง
ข้อมูลจาก ‘Garmin Connect’ ประจำปี 2568 สะท้อนพฤติกรรมนี้ได้ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะกิจกรรมด้านสุขภาพใจที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด การใช้ฟีเจอร์ ‘ทำสมาธิ’ เพิ่มขึ้นถึง 148% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า อุปกรณ์สวมใส่ไม่ได้ถูกใช้เพื่อการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น
อีกหนึ่งเทรนด์ที่โดดเด่นคือความนิยมของกีฬา ‘แร็กเกต’ ในไทย โดยการเล่น ‘แบดมินตัน’ เพิ่มขึ้นถึง 116% ขณะที่ ‘เทนนิส’ เพิ่มขึ้น 65% สะท้อนว่าคนไทยหันมาเล่นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะ การเคลื่อนไหว และการเล่นร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น
เมื่อรวมกับกระแสการดูแลสุขภาพที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้อุปกรณ์สวมใส่ และสมาร์ทวอทช์ถูกใช้เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลสุขภาพ และการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ในระดับโลก Garmin ระบุว่า ผู้ใช้มีระดับกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% และความต้องการอุปกรณ์ฟิตเนสยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมธุรกิจของ Garmin ก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2.31 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และถือเป็นรายได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ขณะที่ตลาดเอเชียแปซิฟิกเติบโต 12% แต่รายได้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 45% เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอย่างมาก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนบทบาทของสมาร์ทวอทช์ที่กำลังเปลี่ยนไป จากอุปกรณ์สำหรับนักกีฬา ไปสู่เครื่องมือดูแลสุขภาพแบบรอบด้าน ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมใหม่ของผู้ใช้ในยุคที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา