ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าว “ยังไม่รีบร้อนที่จะต้องเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน”

ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาได้ออกมากล่าวถึงนโยบายการเงินว่า ยังไม่รีบร้อนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงิน ซึ่งส่งสัญญาณกับตลาดในแง่ดีว่าเราอาจเห็น Fed ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย

Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ – ภาพจาก Federal Reserve

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัย Stanford ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินทันทีทันใด และนอกจากนี้จะดูแลไม่ทำให้ภาคการเงินเกิดเหตุการช็อกเนื่องจากผลของนโยบายทางการเงิน เหมือนในช่วงที่ผ่านมา

เขายังได้กล่าวถึงว่าปัจจุบันเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่มีตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณถึงขั้นวิกฤติ จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องรีบเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน โดย Fed กำลังจับตามองและเฝ้าระวังเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

สำหรับการออกมากล่าวสุนทรพจน์ในเรื่องนี้ของประธาน Fed เนื่องจากในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจกำลังเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอีกรอบ สำหรับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งต่อไปคือวันที่ 19-20 มีนาคม ที่จะถึงนี้

มุมมองของประธาน Fed ทำให้มีการคาดเดาว่านโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ในปีนี้อาจไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยเลย ด้วยซ้ำ และยังรวมไปถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ถ้าหากตัวเลขทางเศรษฐกิจย่ำแย่กว่าที่คาด เพื่อที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ โดยก่อนหน้านี้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้งด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐยังกำลังอยู่ในช่วงการลดงบดุลจากจุดสูงสุดเดิมที่ 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน หรือ QE โดยปัจจุบันงบดุลของ Fed อยู่ที่ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแผนการลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐคือลดงบดุลให้ได้เดือนละ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประธาน Fed ได้กล่าวว่าเรื่องของแผนการลดงบดุลนี้เขาจะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงแผนการนี้อย่างแน่นอน

ที่มาReuters, VOA

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ