คนไทย 20 ล้านคน กำลังเป็น ‘ไขมันพอกตับ’ เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับในอนาคต

นอกจากคนไทยกว่า 50% จะ ‘น้ำหนักเกิน’ หรือ ‘อ้วน’ แล้ว คนไทยมากถึง 20 ล้านคนยังกำลังเผชิญกับ ‘ภาวะไขมันพอกตับ’ ด้วย

‘ไขมันพอกตับ’ ภัยเงียบก่อนกลายเป็น ‘ตับแข็ง’

โดย ข้อมูลจากเว็บไซต์โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ บอกว่า ‘ไขมันพอกตับ’ เกิดจากการสะสมของไขมันในตับมากกว่าปกติ โดยไขมันที่เข้าไปแทรกในตับมักเป็น ‘ไตรกลีเซอไรด์’ ทำให้การทำงานตับผิดปกติ แม้จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่คือ ‘ภัยเงียบ’ 

สาเหตุของการเกิดไขมันพอกตับมักจะเกิดจาก 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มดื่ม ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ และอีกกลุ่มคือกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับ metabolic syndrome เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ไปจนถึงกลุ่มคนที่กินอาหารพลังงานสูงอย่างแป้ง น้ำตาล ไขมัน เป็นประจำ หรือคนที่ได้รับผลข้างเคียงจากยาบางชนิดด้วยเช่นกัน

คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะไขมันพอกตับมักไม่ค่อยแสดงอาหาร แต่จะตรวจพบในการตรวจเลือกประจำปีหรืออัลตราซาวนด์ โดย ‘ไขมันพอกตับ’ มี 4 ระยะ ได้แก่ 

  • ระยะแรก ไขมันสะสมในเนื้อตับ 
  • ระยะสอง ตับเริ่มมีอาการอักเสบ ถ้าปล่อยนานเกิน 6 เดือน ตับจะอักเสบเรื้อรัง 
  • ระยะสาม ตับเกิดพังผืดสะสม เซลล์ตับถูกทำลาย แทนที่ด้วยพังผืด 
  • ระยะสี่ เซลล์ตับถูกทำลายมาก จนตับทำงานปกติไม่ได้ เกิดตับแข็งและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ

โดยปกติแล้วการวินิจฉัยอาการไขมันพอกตับจะทำได้ด้วยการตรวจเลือด ตรวจอัลตราซาวนด์ ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเจาะชิ้นเนื้อตรวจดูปริมาณไขมัน การอักเสบ และระดับพังผืด ไปจนถึงตรวจด้วยเครื่อง FibroScan ประเมินปริมาณไขมันในตับ ระดับพังผืด และตับแข็งแบบผู้ป่วยไม่เจ็บตัว

มจธ. คิดค้น AI วิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ตับ

แต่ด้วยเครื่อง FibroScan ราคาสูงถึงเครื่องละ 2.5-7 ล้านบาท ทำให้มีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ราคาค่าตรวจต่อครั้งสูง เกินกำลังของผู้ป่วยรายได้น้อย จน ‘ค่าใช้จ่าย’ ทำให้คนไทยจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการตรวจรักษาโรคตับ 

นักศึกษาจากทีมห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ประกอบด้วย ภูริณัฐ พลอาสา (นาโน) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ ชลยา เครือวุฒิกุล (วาวา) จึงคิดค้น ‘SmartLiva’ หรือระบบวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการจำแนกพยาธิสภาพ และประเมินภาวะพังผืดรวมถึงไขมันสะสมในตับ

โดยพัฒนาจากอินไซต์ ‘สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติ’ จากข้อมูลพบ คนไทยกว่า 20 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญกับภาวะไขมันพอกตับ ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างรุนแรง โดยพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1 ใน 3 ของประชากรในภูมิภาค

ปัญหาเหล่านี้หากปล่อยไว้ จะทำให้ตับเป็นพังผืด ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในท้ายที่สุด

วิธีทำงานของ SmartLiva คืออัปเกรดภาพอัลตราซาวด์ขาวดำธรรมดาให้กลายเป็นผลวินิจฉัยที่อ่านง่ายและแม่นยำ เพียงอัปโหลดภาพผ่านเว็บไซต์ โดยระบบจะปรับภาพให้ชัดขึ้น คัดเฉพาะบริเวณเนื้อตับที่ต้องวิเคราะห์ และทำให้ภาพดูเข้าใจง่ายขึ้นด้วยการไฮไลต์เป็นสี (เช่น ตับเป็นสีแดง ไขมันเป็นสีเหลือง) เพื่อให้เห็นความผิดปกติได้ทันที

โดย AI จะทำการประเมิน 3 เรื่องพร้อมกัน คือ 

  • ประเมินระดับพังผืดและความแข็งของตับ (F0–F4) 
  • ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่ออย่างถุงน้ำหรือมะเร็งตับ
  • ตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ 

โดยผลการทดสอลบอกว่า สามารถประเมินระยะตับแข็งได้แม่นยำถึง 92% ตรวจเนื้อเยื่อผิดปกติได้แม่นยำ 87% และตรวจพยาธิใบไม้ตับได้แม่นยำถึง 84% โดยใช้เวลาประมวลผล 7 วินาที จึงสามารถเป็นผู้ช่วยในการวินิจฉัยโรคของแพทย์ได้

SmartLiva ถือเป็นความหวังใหม่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพให้คนไทยได้จริง เพราะทำให้ต้นทุนการตรวจโรคตับลดลงถึง 77% จากค่าตรวจหลักพัน เหลือเพียง 200–300 บาท ผู้ป่วยจึงไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายหนัก 

และเมื่อใช้งานง่านผ่านเว็บแอปฯ จึงสามารถช่วยแพทย์ในโรงพยาบาลเล็กคัดกรองผู้ป่วยโรคตับระยะเริ่มต้นได้เร็วและแม่นยำ ช่วยลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลได้ด้วย 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา