“ลดจำนวนเมนู” กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของ Fast-Food Chain ในสหรัฐฯ

เรียบง่าย และเน้นที่รสชาติ คือเรื่องที่ผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้องการจากร้านอาหาร โดยเฉพาะกับกลุ่ม Fast-Food และร้านอาหารครอบครัวต่างๆ มากกว่าการมีเมนูมากๆ ให้เลือกสรร ทำให้หลายร้านที่นั่นเริ่มลดจำนวนเมนูลง

มีไปก็เหนื่อย แถมคนไม่ซื้อ

การมีจำนวนเมนูอาหารให้เลือกเยอะๆ อาจเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะตอนนั้นการออกมาทานมื้อพิเศษนอกบ้านจำเป็นต้องรับประทานอะไรที่แปลกไม่ ทำให้ร้านอาหารทั้ง Fast-Food Chain และร้านอาหารครอบครัว ต่างสร้างเมนูอาหารออกมาเยอะๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ

แต่ปัจจุบันด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่เติบโตเท่าที่ควร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มอยากได้ความง่ายในการใช้ชีวิตมากขึ้น จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเน้นรับประทานอะไรง่ายๆ ซึ่งนั่นกระทบไปถึงร้านอาหารกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะกลายเป็นมีเมนูอาหารให้เลือกเยอะ กลายเป็นการแบกรับต้นทุนที่หนักอึ้ง

Nigel Travis ประเจ้าหน้าที่บริหารของ Dunkin’ Donut เล่าให้ฟังว่า การมีเมนูเยอะๆ มันสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค รวมถึงพนักงานภายในร้านที่ไม่สามารถเข้าใจสินค้าทุกตัวได้ครบ ทำให้จากนี้บริษัทเตรียมลดจำนวนเมนูลง 10% เพื่อรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ๆ รวมถึงทำให้การบริหารงานง่ายขึ้น

“เราเคยทดสอบกับตัวเมนู Blueberry Swirl ไปแล้ว พบว่า พอนำสินค้าตัวนี้ออก ลูกค้าก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเรา เผลอๆ จะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีสินค้าตัวนี้อยุ่ เพราะพอนำกลับเข้ามาใหม่ก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นในเรื่องยอดขายเช่นกัน ดังนั้นการเน้นไปที่สินค้าตัวใดตัวหนึ่ง และลดจำนวนสินค้าที่ไม่ได้เป็นที่นิยม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

ในทางกลับกัน McDonald’s เริ่มกลับมาเดินกลยุทธ์ด้วยการจำหน่ายสินค้าด้วยความเรียบง่าย กลับฟื้นยอดขายในสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ 2 ปีก่อน ซึ่งคำว่าเรียบง่ายนั้นหมายถึงตั้งแต่ชื่อเมนู, การจัดวางเมนู และจำนวนที่เหมาะสมในการเปิดขาย

สรุป

กระแสดังกล่าวน่าจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะด้วยความรีบเร่ง และความต้องการอะไรง่ายๆ ทำให้ร้าน Fast-Food รวมถึงร้านอาหารแบบครอบครัวที่ทำตลาดที่นี่ ต้องปรับตัวเมนูให้ดูง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีเห็นบ้างแล้ว โดยเฉพาะใน McDonald’s กับ KFC ที่วางขายแบบชุดสุดคุ้ม ทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ง่ายกว่า

อ้างอิง // Business Insider

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา