เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าบุกตลาดไทย บริษัทประกันภัยจะรับประกัน-คิดเบี้ยฯ แบบไหน?

ปัจจุบันในไทยเริ่มเห็นรถยนต์ไฟฟ้ามาตีตลาดแล้ว อย่าง Nissan Leaf ราคาขาย 1.99 ล้านบาทหรือ BYD e6 ราคา 1.89 ล้านบาท ส่วนแบรนด์ใหญ่อย่าง Tesla แม้จะมีคนนำเข้ามาขายบ้างแต่ก็ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มใช้ในไทยได้แล้ว แต่จะซื้อประกันภัยรถยนต์ได้เหมือนรถยนต์น้ำมันหรือไม่?

รถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้า // ภาพ Shutterstock

ธนชาตประกันภัยชี้เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าใกล้เคียงรถยนต์น้ำมัน

คงศักดิ์ หาญแสวงสิน รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนชาตประกันภัย บอกว่า ปัจจุบันทางบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาแบบประกันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยศึกษาร่วมกับพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นบริษัทในรับประกันภัยต่อในเยอรมัน คาดว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าจะใกล้เคียงเบี้ยฯ ของรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้าที่ราคา 2-3 ล้านบาทเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะราคาเท่ากับรถยนต์ทั่วไปที่ราคา 2-3 ล้านบาท

ทั้งนี้พื้นฐานของรถยนต์น้ำมันจะมีส่วนประกอบเยอะกว่ารถยนต์ไฟฟ้า และอนาคตหากรถยนต์ไฟฟ้าสามารถขายในท้องตลาดทั่วไป ชิ้นส่วน อะไหล่อาจจะถูกลงอีก แต่รถยนต์ไฟฟ้ายังมีอะไหล่ขนาดใหญ่ที่ราคาแพงขึ้น เช่น แบตเตอรี่

นอกจากนี้การจากปรึกษาร่วมกับบริษัทรับประกันภัยต่อในเยอรมันพบว่า การรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าจะมีความเสี่ยงใหม่ๆ ที่เกิดตัวรถที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ต้องนำมาคำนวนความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมแบบไทย เช่น โมเดลรถไฟฟ้าบางรุ่นจะย้ายแบตเตอรี่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญไว้ท้ายรถ โดยความสูงของท้ายรถอยู่ที่ประมาณ 70 เซนติเมตร หากดูตามสภาพแวดล้อมของประเทศไทยที่เคยมีน้ำท่วมครั้งใหญ่ (ปี 2554) ความสูงของน้ำเฉลี่ยอยูที่ 1.20 เมตร ดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงที่บริษัทประกันภัยต้องนำมาคำนวนก่อนออกเบี้ยประกันภัย

“ก่อนโมเดลรถรุ่นใหม่ๆ จะเข้ามาขายในไทย ไม่ว่าจะรถยนต์น้ำมัน หรือรถยนต์ไฟฟ้า ทางค่ายรถยนต์ต้องเข้ามาคุยกับบริษัทประกันภัยเพื่อออกแบบประกันภัยอยู่แล้ว เพราะโมเดลรถที่วางขายในต่างประเทศมักจะแตกต่างกับรถยนต์ดังนั้นต้องรอดูว่าโมเดลที่ค่ายรถจะนำรถรุ่นไหนเข้ามาเพิ่มเติม”

เบี้ยประกันภัยยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมคนขับ ส่วนรถที่แปลงสภาพควรแจ้งประกัน

ปัจจัยหลักในการคำนวนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ส่วนหนึ่งมาจากตัวรถ และพฤติกรรมการขับขี่ของคนซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่าจะขับรถแบบไหน เพราะเกือบ 100% การเคลมประกันรถยนต์ไม่ว่าจะรถน้ำมันหรือไฟฟ้าจะขอเคลมโครงรถด้านนอกเหมือนกัน (เวลารถชนกันโครงจะได้รับความเสียหายก่อน) เช่น สีรถ ตัวถัง กันชน ฯลฯ ทำให้ความเสี่ยงและต้นทุนในการรับประกันภัยยังคล้ายกัน 

ภายใน 3 ปีนี้คาดว่าจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าเกิดมากขึ้นในไทย ส่วยกรณีที่รถยนต์น้ำมันปรับเปลี่ยนระบบในรถให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทต้องคำนวณความเสี่ยงมากขึ้นเพราะปัจจุบันมีคนบางส่วนที่แปลงรถน้ำมันเป็นรถแก๊สอยู่แล้วแต่ไม่ได้แจ้งกับบริษัทประกันภัย ทำให้ทางบริษัทก็ต้องศึกษาความเสี่ยงเรื่องนี้มากขึ้น

สรุป

รถยนต์ไฟฟ้าหากเริ่มใช้จริง บนท้องถนนประเทศไทยก็ยังต้องทำประกันเพราะถึงอะไหล่รถยนต์จะน้อยชิ้นแต่อะไหล่แต่ละอย่าง ราคายังสูงอยู่ การทำประกันเลยช่วยลดภาระได้บ้างเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น สุดท้ายกันไว้ดีกว่าแก้นั่นเอง

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา