Netflix ว่าไง? คู่แข่งตัวจริง “Disney+” ประกาศวันเปิดตัวแล้ว แถมราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง หนังเอาใจสาวกเพียบ

ศึกสงครามสตรีมมิ่งที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในปีนี้ 🔥

หน้าตา Disney+
หน้าตา Disney+

Disney+ เปิดตัวทางการปลายปี ราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง

ในที่สุด Disney+ ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเปิดให้บริการในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ โดยจะมีราคาบริการ subscription รายเดือนอยู่ที่ 6.99 ดอลลาร์ (ถ้าสมัครรายปี ค่าบริการจะอยู่ที่ 69.99 ดอลลาร์)

  • ราคาค่าบริการของ Disney+ ถูกกว่า Netflix เกือบครึ่ง เพราะ Netflix มีราคาค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 12.99 ดอลลาร์

Bob Iger ประกาศเรื่อง Disney+ ในงานแถลงข่าวต่อนักลงทุนประจำปี พร้อมทั้งบอกว่า การประกาศเปิดตัวในวันนี้ทำให้เห็นว่าเราจะเดินทางไปในทิศทางไหน แต่ที่อยากให้มองคือ Disney+ เริ่มต้นด้วยความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม Disney+ ประกาศว่าจะลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 และลงทุนเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำออริจินัลคอนเทนต์

Disney+ คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2024 จะมีลูกค้าประมาณ 60-90 ล้านคนทั่วโลก โดยวางแผนไว้ว่าลูกค้า 1 ใน 3 จะเป็นลูกค้าในสหรัฐอเมริกา และที่เหลือมาจากทั่วโลก (ตอนนี้ Netflix มีลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านคน)

  • ใครที่อยากทำความรู้จัก Disney+ สตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ที่พร้อมท้าชน Netflix มากกว่านี้ ชมได้ที่คลิปด้านล่าง

Disney+ จะมีหนังเอาใจสาวกเพียบ

  • เริ่มต้นที่ Marvel ใน Disney+ จะมีซีรีส์ของ Scarlet Witch และ Vision, Loki, Bucky Barnes (the Winter Soldier) และ Sam Wilson (Falcon) และ Hawkeye
  • ส่วนหนังฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลที่จะฉายบน Disney+ เรื่องแรกคือ Captain Marvel
  • นอกจากนั้นจะมีหนังอนิเมชั่น What If ที่จะทดลองสร้างสมมติฐานใหม่ๆ เช่น ถ้าคนที่จะได้ Super Serum ไม่ใช่ Steve Rogers (Captain America) แต่เป็น Peggy Carter จะเกิดอะไรขึ้น?
หน้าตา Disney+
หน้าตา Disney+
  • ด้านของ Pixar จะมีซีรีส์อย่างเช่น Toy Story และ Monster’s Inc. ที่ใช้ชื่อใหม่ว่า Monsters at Work มาลงในแพลตฟอร์ม
  • ส่วน Star Wars จะมีซีรีส์ The Mandalorian ส่งมาให้ดูกัน รวมถึงจะมี Star Wars Clone Wars และ Rogue One: A Star Wars Story ในรูปแบบ Live-action

นอกจากนั้นยังมีไฮท์ไลท์อีกหลายอย่างเช่นคอนเทนต์จาก National Geographic แต่ที่น่าสนใจคือ อาจมีการดึงเอาคอนเทนต์บางตัวจาก EPSN+ และ Hulu ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอีกรายที่ Disney มีหุ้นอยู่ถึง 60% มาลงบน Disney+ ด้วย

หน้าตา Disney+
หน้าตา Disney+

ที่มา – Disney, CNBC

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา