เดนท์สุ ยกระดับสู่ Business Solutions Provider เปิดตัว CDC สร้างสรรค์งานธุรกิจให้ลูกค้า

ช่วงเวลาของ Digital Transformation ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจเอเจนซี่ ที่โดน Disrupt อยู่ไม่น้อยจนการเป็นแค่เอเจนซี่ ไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้

Dentsu หรือ เดนท์สุ (ประเทศไทย) มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้มาสักระยะหนึ่ง และเริ่มต้นปรับเปลี่ยนภายในให้สอดคล้องกับแนวทางของโลก โดยพัฒนาตัวเองเป็น Business Solutions Provider หรือเรียกว่า เป็นเครื่องมือที่แก้ปัญหาธุรกิจให้ลูกค้า โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องโฆษณาอีกต่อไป

ริวทาโร่ เซกิ รองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ และ ณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดนท์สุ (ประเทศไทย)

ใช้ Creativity สร้าง Solutions ให้ธุรกิจ

ณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดนท์สุ (ประเทศไทย) บอกว่า ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สร้างการเปลี่ยนแปลงในมีเดียอย่างมหาศาล ซึ่ง เดนท์สุ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ และได้ปรับองค์กรออกจากความเป็นเอเจนซี่

แนวทางคือนำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ไปสร้าง Solutions ให้กับธุรกิจของลูกค้า

“ทุกอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยน และตัวกลางถูกลดบทบาท จนกระทั่งถูกตัดออกไป เช่นในอุตสาหกรรมมีเดีย ซึ่งในวงการโฆษณา เอเจนซี่คือตัวกลาง ซึ่งถ้าไม่ปรับตัวสุดท้ายเอเจนซี่จะหายไป”

ดังนั้นในเวลานี้ เดนท์สุ ในประเทศไทย แม้จะยังมีความเป็น Advertising Design อยู่ โดยการทำงานยังเน้นเรื่องโฆษณาเป็นหลัก ขณะเดียวกันได้พัฒนาไปสู่ระดับต่อไป คือ Communication Design ซึ่งจะบริหารการสื่อสารทั้งหมดให้กับลูกค้าเพื่อไปถึงเป้าหมาย และระดับที่ 3 คือการเป็น Business Design คือ ออกจากความเป็นเอเจนซี่ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3-4 ปี

เปิดตัว Communication Design Center สร้างสรรค์ไอเดีย

การพัฒนาตามแนวทางที่วางไว้ เดนท์สุ ใช้องค์ความรู้จาก dentsu Inc, Japan ซึ่งมีพนักงานกว่า 5,000 คน และได้พัฒนาแนวทาง Communication Design Center หรือ CDC ซึ่งมีพนักงานเข้าร่วมหลายร้อยคน ซึ่งเป็นโมเดลที่จะเปลี่ยน เดนท์สุ ไปจากเดิม

ริวทาโร่ เซกิ รองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ เดนท์สุ (ประเทศไทย) บอกว่า แนวทางของ CDC คือ ทุกคนสามารถแชร์ไอเดียความคิดได้อย่างอิสระ เพื่อหา Solutions ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ดังนั้นจึงมีความหลากหลายในการทำงานอย่างสูง ต่างจากเดิมที่ทำงานแบบแบ่งหน้าที่ชัดเจน

การเลือกพนักงานเข้าสู่ CDC จะเน้นคนที่มีความพร้อม เป็นแกนนำสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรทั้งหมด สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มสร้างทีม CDC ขึ้นมาแล้ว และมีโครงการพัฒนาพนักงานทั้งหมด 250 คนให้มีแนวคิดแบบ CDC

“การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเร่ิมจาก mind set ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งต่อไป Creativity จะถูกนำไปใช้สร้างงานในธุรกิจทุกส่วน ไม่ใช่แค่งานโฆษณาเท่านั้น”

เปิดกรณีศึกษาในญี่ปุ่น ใช้ CDC สร้างไอเดียธุรกิจ

ในประเทศไทย CDC ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้น แต่ในญี่ปุ่นมีการใช้งานจริงเกิดขึ้นแล้ว กรณีที่น่าสนใจ เช่น แคมเปญของกูลิโกะ ชื่อ GliCode เป็นการนำขนมของกูลิโกะให้เด็กๆ มาใช้เรียงเป็นรูปแบบการ coding โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วใช้แอปพลิเคชั่นบน iPad อ่านออกมาเป็นเกมอย่างง่ายๆ เพื่อทำให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับการทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์

หรือกรณีของ Jaxa หน่วยงานด้านอวกาศของญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับ Google ผ่านโปรแกรม Hangout ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศของอวกาศผ่าน หมวกและ Card Board ปลูกฝังความสนใจด้านอวกาศ ซึ่งนำไปสู่การสร้างอาชีพนักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศในอนาคต

ต่อมา กรณีของ PUMA ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น RUNNAVI สำหรับนักวิ่ง ในญี่ปุ่นกีฬาวิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น แต่จากการสำรวจพบว่าคนวิ่งส่วนใหญ่จะเลิกไปใน 2-4 สัปดาห์ เพราะมีข้อจำกัดไม่รู้ว่าจะวิ่งไปที่ไหนดี วิ่งไปไกลแค่ไหนแล้ว ทาง PUMA จึงพัฒนาแอปขึ้นมาเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับการวิ่งมากขึ้น

และกรณีของ Toyota ในการพัฒนาหุ่นยนต์ Kirobo ออกมาจำหน่ายราคาประมาณ 13,000 บาท ด้วยแนวคิดที่ว่า Toyota ต้องการสร้างความผูกพันกับคนตลอดเวลา แต่ที่ผ่านมาทำได้เฉพาะบนถนนเป็นหลัก จึงเกิดแนวคิดพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้น โดยใช้ระบบ AI เพื่อเป็นเพื่อนโต้ตอบกับคนได้

กรณีทั้งหมด เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างลูกค้ากับ CDC เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ

ริวทาโร่ เซกิ และ Kirobo

สรุป

แนวทางของ เดนท์สุ ประเทศไทย คือการยกระดับจากการเปิดเอเจนซี่ สู่การเป็น Business Solutions Provider ซึ่งเกิดขึ้นกับ เดนท์สุ ในญี่ปุ่นแล้ว และทำงานอยู่บน Performance Base เข้าไปอยู่ในทุกส่วนของธุรกิจ เพื่อสร้าง “ยอดขาย” ให้เกิดขึ้น ต่างจากเดิมที่เอเจนซี่จะสร้างสรรค์แค่งานโฆษณา และด้วยการเปิดตัว CDC ที่มีการประสานงานกันกับ เดนท์สุ ทั่วโลก จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์งานต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา