ฉายภาพอุตสาหกรรมโฆษณาผ่านสายตา “เดนท์สุ” ในยุคที่นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในทุกธุรกิจ

ถ้านึกถึงเอเยนซี่ในประเทศไทย ชื่อ เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) หรือ DMT ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่ๆ เพราะด้วยประสบการณ์ และผลงานในระดับโลกก็มีมาแล้ว ดังนั้นอย่ารอช้า มองลองดูมุมมองอุตสาหกรรมสื่อของเอเยนซี่รายนี้กัน

สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด

เม็ดเงินโฆษณาโตแน่ และนวัตกรรมคือความหวังใหม่

สรรค์ฉัตร จันทร์สระแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังว่า ปี 2559 เป็นปีที่ปัจจัยลบจำนวนมาก เช่นในประเทศก็มีเรื่องราคาพืชผลตกต่ำ และกำลังซื้อชะลอตัว ส่วนต่างประเทศก็มีความไม่มั่นคงทางการเมือง ซึ่งทั้งหมดส่งผลกระทบถึงภาพรวมการลงทุนของทุกอุตสาหกรรม ดังนั้นคงไม่แปลกที่เม็ดเงินโฆษณาในประเทศไทยปีก่อนถึงเติบโตติดลบ แต่เชื่อว่าปี 2560 ทุกอย่างน่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้เม็ดเงินโฆษณากลับมาเติบโตเทียบเท่ากับอัตราของ GDP หรือราว 3-4% จนกลับมามีมูลค่าใกล้เคียงกับปี 2558

สำหรับการเติบโตนั้นมาจากการที่กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่นรถยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค และ Personal Care เริ่มกลับมาใช้งบประมาณอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงกลุ่มโทรมคมนาคมที่จะใช้งบประมาณใกล้เคียงกับปี 2559 ที่สำคัญในปี 2560 นั้นจะมีกลุ่มธุรกิจใหม่ เช่นอีคอมเมิร์ซ และอะไรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรม โดยเฉพาะกับฟินเทค ที่จะเข้ามาใส่เงินโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้เม็ดเงินจำนวนนี้เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักยังเป็นจำนวนที่น้อยมาก แต่เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีจะเริ่มมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณามากขึ้น

ภาพจาก Pixabay.com

ดิจิทัลอีกทางเลือกสำคัญ ถ้าอยากเข้าถึงผู้บริโภค

ในทางกลับกัน ด้วยผู้บริโภคเปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม และมีความเร็วมากขึ้น ดังนั้นแบรนด์ก็ต้องปรับตัวเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีขึ้นเช่นกัน และคงไม่แปลกที่มูลค่าโฆษณากว่าแสนล้านบาทจะเริ่มเกลี่ยมาสู่ฝั่งดิจิทัลมากขึ้น จากปี 2559 ที่มีสัดส่วนราว 10-15% ก็มีโอกาสเพิ่มเป็น 20-25% ในปีนี้ ผ่านการลงทุนใน 3 เรื่องคือ

  • โฆษณาที่เป็นวีดีโอบน YouTube และ Facebook รวมถึงการซื้อสื่อด้วยเครื่องมือ Programmatic ที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น
  • เทคโนโลยีใหม่ เช่น Internet of Things (IoT) และ Virtual Reality (VR) กับ Artificial Intelligence (AI) เพราะต้องการอำนวยความสะดวก รวมถึงสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค
  • Big Data เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจ เช่นการทำ Targeting หรือ Retargeting ที่ทำให้การทำตลาดมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

“Programmatic คืออีกอาวุธสำคัญในการทำตลาดยุคนี้ เพราะมันสามารถ Optimization เพื่อได้ Audience ที่ตรงที่สุด ผ่านการดึงข้อมูลจาก Publisher ออนไลน์ที่มี Inventory จำนวนมาก จนแบรนด์ หรือเอเยนซี่ สามารถ Tailor Made ออกมาเหมาะสมกับการทำตลาด และอีกจุดสำคัญคือมันสามารถประหยัด Wastage หรือการเดาสุ่มได้ดีกว่าเดิม ดังนั้นมันจึงคุ้มค่าแก่การลงทุน และมองว่าจากนี้ไป Programmatic จะไม่อยู่ในออนไลน์อย่างเดียว เพราะจะเข้าไปอยู่ในโลกแอนะล็อกมากขึ้นด้วย เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ และเอเยนซี่ได้อย่างกว้างขวาง”

ภาพจาก Pixabay.com

Experience that Drive Engagement คืออีกแนวคิด

อย่างไรก็ตามถึงเทรนด์จะเดินหน้าไปสู่ดิจิทัล แต่ DMT เชื่อว่าสื่อของปี 2560 คือ โทรทัศน์, อินเทอร์เน็ต และ Out-Off-Home (OOH) หรือป้ายโฆษณานอกบ้านต่างๆ ส่วนในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์, วิทยุ รวมถึงกลุ่มโรงภาพยนตร์คงต้องปรับตัว เนื่องจากทั้งหมดนี้มี Content ที่ดีอยู่ในมือ แต่ต้องสื่อสารไปให้ผู้บริโภครับรู้ได้มากกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น รูปแบบคนในตอนนี้เป็น Nowism หรือคนที่อยากรู้ข่าวสารทันที ทำให้การมานำเสนอแบบรายเดือน, รายปักษ์ หรือแม้แต่รายสัปดาห์อาจช้าเกินไปสำหรับตอนนี้

ดังนั้นหากพวกเขาไม่ปรับตัว โอกาสที่จะลดจำนวนลงก็มีสูง แต่การจะปรับตัวนั้นต้องมองเรื่องการสร้างตัวเองให้ชัดเจน รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้การที่สื่อดิจิทัลตอบโจทย์ Nowism มากกว่า เช่นการที่ดารา และผู้มีชื่อเสียงหันมา Live Streaming เพื่อนำเสนอเรื่องราว และสร้างพื้นที่ Media ของตนเองก็ทำให้ Publisher ต้องมองเรื่องนี้เช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องอย่าลืมการหา Experience that Drive Engagement ให้เจอ เพราะการให้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับผู้บริโภค จากนั้นพวกเขาก็จะตามเข้ามาหาเอง โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์ไม่รู้ลืม

DMT ชู Solution ครบ สร้างการเติบโตในตลาด

“ถึงปี 2559 เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ผลประกอบการที่ออกมาของบริษัทก็เป็นที่น่าพอใจ เพราะเราได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงรางวัล Agency of the Year อีกด้วย และเราก็เชื่อว่าปีนี้ที่ทุกอย่างน่าจะโอเคขึ้น ทำให้ธุรกิจของเราก็ยังดำรงได้อย่างยั่งยืน โดยมีความท้าทายคือ รักษาคุณภาพงานของตนเองเอาไว้ พร้อมกับหาวิธีทำให้มันดีขึ้นด้วย เพื่อวางตัวเป็น Business Partner ของลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยอาศัย Solution ที่ตอบโจทย์ในทุกมุม และสามารถสร้าง Exponential Growth ให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้การตอบโจทย์ธุรกิจตามเทรนด์ดิจิทัลนั้น DMT ได้ส่ง Solution มาตอบโจทย์ 3 เรื่องขั้นต้นคือ

  • Amnet หรือบริการ Programmatic ของบริษัท พร้อมกับการเดินหน้ากลยุทธ์การวางแผนสื่อแบบ TV Plus, Radio Plus และ VDO Plus เพื่อเชื่อมต่อช่องทางต่างๆ ไว้ด้วยกัน
  • dmLab หรือ Local Incubator ที่เปิดกว้างให้ Startup เข้ามาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายระดับโลกในการช่วยขยายธุรกิจ และเติบโตไปด้วยกัน
  • หน่วย Business Intelligence ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้กับแบรนด์ที่สนใจ เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดในอนาคต

 

 

 

 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments