ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงชีวิตประจำวัน เราควรมีขอบเขตให้มันบ้างหรือเปล่า?

หลายคนอาจเคยเห็น ‘ร้านอาหาร’ ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ที่นำรูป AI มาใช้แทนเมนูของตนเอง ซึ่งในมุมหนึ่งก็เข้าใจได้ว่า อาจสะดวกมากกว่า แต่เมื่อดูผลลัพธ์แล้ว มันทำให้อาหารของคุณน่ากินจริงๆ หรือ?
หากฟังเสียงของผู้บริโภค อาจพอรู้เลยว่า รูปอาหารที่เกิดจากการเจน AI ไม่ได้ช่วยให้ร้านคุณน่าทานมากขึ้นเท่าไร เผลอๆ อาจน้อยลง เพราะมีความเห็นเชิงลบจากผู้ใช้งานทั้งในไทยและต่างประเทศมากมาย อาทิ
- เจอรูปแบบนี้ไป หมดอารมณ์เลย
- มันออกมาเหมือนอะไรไม่รู้ สยองมาก
- เลิกใช้รูป AI ในการขายอาหารได้ไหม มันไม่น่ากินเลยจริงๆ
- ภาพ AI ขยะๆ ตามร้านอาหารเป็นภาพที่สยดสยอง ราวกับหลุดออกมาจากนิยายสยองขวัญ
- หน้าตาเหมือนอาหารที่เอเลี่ยนน่าจะจินตนาการว่ามนุษย์โลกกิน
ไม่น่ากิน เขียนก็ผิดๆ ถูกๆ แถมหน้าตาเหมือนกันหมด

นอกจากความไม่น่ากินแล้ว การที่ร้านอาหารหันมาเจน AI แทนการถ่ายภาพ ทำให้เมนูหลายร้านหน้าตาเหมือนกันหมดด้วย เช่น ไก่ทอดหนังตุ่มๆ เฟรนช์ฟรายราดชีสที่เยิ้มมากๆ หรือเนื้อย่างสีเข้ม ที่รายละเอียดคมชัดจนน่ากลัว
‘Kat Kinsman’ นักเขียนมือรางวัล ออกมาเล่าถึงประสบการณ์การทานอาหารของตนเองลงนิตยสาร Food & Wine ว่า มีโอกาสไปทานร้านอิตาเลียนเจ้าหนึ่งที่พี่สะใภ้ตั้งตารอมานานแล้ว จนเธอเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน แต่พอเห็นเมนูที่ร้านโพสต์ออนไลน์เท่านั้นล่ะ “ความหิวหายไปเลย”
Kinsman เล่าว่า ไม่ใช่แค่รูปอาหารที่ดูไม่น่าทานนะ แต่ยังอ่านไม่ออกด้วย เพราะฟอนต์ที่ AI ใช้นั้นอ่านยากมาก แถมมีคำผิดเต็มไปหมด เช่น จาก Ice Cream (ไอศกรีม) เป็น Ice Croam (ไอศโครม)
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อ Kinsman ลองไปเสิร์ชร้านอื่นๆ บ้าง เธอก็พบว่า เมนูหลายร้านหน้าตาเหมือนกันหมดเลย ทั้งในเชิงภาพอาหาร เลย์เอาท์เมนู และฟอนต์ที่ใช้
ไม่ถูกใจไม่เท่าไร แต่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อหาหลอกลวงผู้บริโภค?

นอกจากนี้ ผู้บริโภคบางส่วนยังบอกว่า ร้านอาหารที่ใช้ AI ทำเมนู อาหารที่เสิร์ฟมายังมักไม่ตรงปกด้วย หรือภาพปลอมมาก จนจินตนาการไม่ออกว่าของจริงหน้าตาจะเป็นอย่างไร
‘Laura Smith’ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายประจำ Truth in Advertising องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคแบบไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกา มองว่า การมีอยู่ของเมนู AI อาจทำให้มีผู้บริโภคออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับภาพอาหารที่ไม่ตรงปก หรือโฆษณาเท็จมากขึ้น
จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา Smith ได้รับคำร้องจากผู้บริโภคเกี่ยวกับภาพอาหารที่จกตามาหลายครั้งแล้ว ซึ่งต่อให้ภาพนั้นจะมาจาก AI หรือแอบอ้างรูปคนอื่น นั่นก็ถือว่าเข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคอยู่ดี
Smith เล่าว่า โดยทั่วไป ศาลจะพิจารณาแค่ว่า รูปอาหารดังกล่าวสามารถหลอกผู้บริโภคจนเป็นสาเหตุอันนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างสมเหตุสมผลหรือไม่? แต่ในกรณีของ AI ซึ่งรูปเกินจริงไปมากๆ ศาลเองก็อาจต้องปรับเกณฑ์พิจารณาเช่นกัน
ก็มันถูกกว่า ไวกว่า ร้านอาหารเล็กๆ แบบเราจะไปสู้เจ้าใหญ่ได้ไง?

เมื่อมองในมุมของผู้ประกอบการ การทำเมนูอาหารจาก AI ก็คงช่วยประหยัดเวลาและเงินกว่าจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีกำลังทรัพย์มากพอในการจ้างบุคลากรมืออาชีพ
อย่างเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในนิวยอร์กก็ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า การใช้ AI ในการโฆษณาช่วยลดต้นทุนไปได้จริงๆ โดยเขาใช้วิธีส่งรูปอาหารไปให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างวิดีโอให้ จนเกิดเป็นคลิปแพนเค้กราดซอสสีม่วงฉ่ำวาวกับบาร์เทนเดอร์ที่มีสามมือ
ด้านผู้จัดการการตลาดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเจ้าหนึ่ง ก็บอกว่า เขาไม่จ้างช่างภาพมืออาชีพหรือกราฟิกดีไซเนอร์เลย เพราะการใช้ AI ช่วยประหยัดเงินและเวลากว่ามากๆ โดยเขามีหน้าที่แค่ถ่ายรูปเบอร์เกอร์ในร้าน โยนให้ ChatGPT แต่งรูป แล้วโพสต์ลงโซเชียลเท่านั้น
“เราไม่มานั่งเสียเวลาเป็นชาติเพื่อวางแผนอะไรต่างๆ ที่ไม่สำคัญหรอก แค่ภายใน 5 นาที หรือ 10 นาที ก็พร้อมโพสต์แล้ว” เขากล่าว
นอกจากนี้ มีลูกค้าที่ไม่ชอบ ก็ต้องมีคนที่ชอบใช่ไหมล่ะ? ซึ่งสำนักข่าว Los Angeles Times ได้ไปสัมภาษณ์หญิงสาวท่านหนึ่งที่มาซื้ออาหารในร้านที่ใช้เมนู AI โดยเธอกล่าวว่า
“ฉันว่า [เมนู AI] มันดีมากเลยนะ ฉันชอบรายละเอียด มันดูน่าทาน ชวนให้ซื้อ”
ประหยัดก็เข้าใจ แต่มันคุ้มกับการที่ลูกค้าไม่ซื้อไหม?

แต่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเมนู AI คำถามสุดท้ายคือ ถ้ามีมือถือให้เจน AI ได้ ทำไมจะถ่ายอาหารของตัวเองจริงๆ บ้างไม่ได้?
เราเข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีมือถือราคาแพง พร้อมกล้องที่คมชัดสุดๆ ซึ่งนั่นคงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้ผู้ประกอบการหลายคนมองว่า โทรศัพท์ตนเองอาจไม่เพียงพอสำหรับการถ่ายรูปอาหารสวยๆ
ทั้งนี้ เวลาผู้บริโภคเลือกร้านอาหาร พวกเขามักใช้รูปเมนูมาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งหากมันเป็นรูป AI ที่ไม่น่าทาน แถมดูก็รู้ว่า ไม่เหมือนของจริงแน่ๆ มันคุ้มกับการเสียลูกค้าไหม?
Smith ยังเตือนว่า ต่อให้จะเป็นร้านใหญ่ ร้านเล็ก หรือใช้ AI เพราะอะไร หากรูปโฆษณาไม่ตรงปก ก็อาจเข้าข่ายโฆษณาเท็จอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ในมุมผู้บริโภคบางส่วน การใช้มือถือกากๆ ถ่ายยังดีเสียกว่า เพราะ Kinsman เล่าว่า พอเธอขุดไปดูโพสต์เก่าๆ ของร้านที่พี่สะใภ้อยากทาน ถึงได้เห็นคลิปอาหารที่ดูออกเลยว่า ใช้มือถือธรรมดาถ่าย โดยไม่มีการจัดแสงใดๆ แต่อย่างน้อย มันสะท้อนถึงความจริงใจของร้าน
กลับกัน การที่ร้านตัดสินใจใช้เมนูหน้าตาแปลกๆ จาก AI ยังสะท้อนถึงความไม่ใส่ใจด้วย เพราะแม้ปัญญาประดิษฐ์จะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานก็จริง แต่ในฐานะมนุษย์ เราไม่ดูหน่อยหรอว่า หน้าตาอาหารประหลาดไหม? หรือสะกดคำถูกหรือเปล่า?
นี่เป็นเพียงความเห็นบางส่วนจากผู้บริโภคเท่านั้น และมันอาจมีคนที่ชอบรูปอาหารจาก AI จริงๆ ก็ได้ ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนร้านที่ไม่ตรงกับอุดมการณ์ของตนเอง
เจ้าของร้านอาหารก็เช่นกัน มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่า การใช้ AI แทนการถ่ายรูปอาหาร คือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจคุณจริงหรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าที่เข้ามาทานคือลูกค้าของคุณ ไม่ใช่ลูกค้าของ ChatGPT
- อย่างน้อยก็ไม่ใช้ AI ‘Niu Lai’ อนิเมชันสุดกาก จากประเทศจีน ลายเส้นแย่ พล็อตก็งงๆ แต่กวาดรายได้ทะลุ 80 ล้าน เพราะคนเห็นค่าฝีมือมนุษย์ หรือแค่ห่วยมาก จนต้องมาดู?
- หลายองค์กรใช้ AI แต่ลืมออกแบบวิธีการทำงาน สุดท้าย ไม่ก้าวหน้าไปไหน เน้นไว แต่ไม่มีคุณภาพ
ที่มา: The Wall Street Journal, CBC, Food & Wine, We Are Ravenous, Los Angeles Times
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา