โควิด-19 บทพิสูจน์ร้านทอง-เพชร: ใครสายป่านยาวก็ประคองตัวรอด ใครทุนน้อยก็ปิดร้านไป

โรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงสำหรับยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ทำธุรกิจแบบใดล้วนส่งผลกระทบเชิงลบถ้วนหน้า หนึ่งในธุรกิจที่ดูน่าจะรำ่รวยกว่าใคร คงหนีไม่พ้นธุรกิจประเภทค้าทองคำ ค้าเพชร ค้าพลอย

ร้านทอง เยาวราช Yaowarach Gold
ภาพจาก Shutterstock

เรื่องนี้ สมาคมค้าทองคำได้แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเดือนมิถุนายน ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2563 จากระดับ 68.33 จุด ลดลง 8.14 จุด มาอยู่ที่ระดับ 60.19 ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับลดลงมาจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในหลายประเทศ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการระบาดระลอก 2 แต่การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็อาจทำให้ภาวะทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว นอกจากนี้ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล

นอกจากนี้ เมื่อสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 314 ตัวอย่าง พบว่า

  • 40.45% ยังไม่ซื้อทองคำในเดือนมิถุนายนฯ
  • 35.98% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำหรือไม่
  • 23.57% คาดว่าจะซื้อทองคำในช่วงเดือนนี้

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี: จงลงทุนอย่างระมัดระวัง

ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำในเดือนที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี จึงแนะนำให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเมื่อระดับทองคำสร้างระดับสูงสุดใหม่ มักจะมีแรงเทขายทำกำไร ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ YLG Bullion ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย วิเคราะห์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นระลอก 2 อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อาจนำไปสู่การปิดเมืองเหมือนช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันโควิด-19 ระลอก 2 ในสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวสร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ดอลลาร์ปรับขึ้นจากความต้องการถือครองสกุลเงินปลอดภัยเช่นกัน ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเป็นไปอย่างจำกัด

ร้านขายทองส่วนใหญ่ ไม่สะดวกที่จะเปิดเผยตัวตน ทั้งในแง่ของชื่อร้านและชื่อของบุคคลผู้ให้สัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า ช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่มีคนขายออกมากกว่าจะเข้ามาซื้อทองคำกลับไป ทั้งในรูปแบบทองคำแท่งและทองรูปพรรณ

ภาพโดย Nawal Escape จาก Pixabay

ทองคำขายไม่ออก: คนมองเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ใครสายป่านยาวไม่มากพอต้องปิดกิจการ

สมพร (นามสมมติ) เจ้าของร้านทองย่านเยาวราชเปิดขายมานานกว่า 30 ปี เล่าว่า ส่วนใหญ่ลูกค้ามาขายทองออกมากกว่าจะเข้ามาซื้อ ร้านค้าบางแห่งก็มักจะรับซื้อเฉพาะสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเองด้วย หลังโควิด-19 ระบาดหนัก ทางร้านของเธอเองก็ต้องหยุดไปเป็นเวลา 2 เดือน เธอเล่าว่า เปิดร้านมาได้ไม่กี่วัน บรรยากาศก็เงียบเหมือนเดิม รู้สึกเหนื่อยใจ

ช่วงโควิด-19 ระบาดนี้ เธอยอมรับว่า คนไม่ค่อยกล้าออกจากบ้าน ถ้าจะออกมาก็ออกมาซื้อของกิน ของใช้ สมพรก็ออกไปซื้ออาหารทานเหมือนกับคนอื่นๆ ช่วงนี้คนตกงานเยอะ เศรษฐกิจแย่ ก๊อกน้ำธรรมดาคนยังลักลอบมาตัดไปขายได้ สำหรับสินค้าที่เธอขายอย่างเช่นทองคำนี้ เธอบอกว่า มันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แหวนเพชร แหวนทอง ไม่จำเป็นลูกค้าก็ไม่มาซื้อกัน

ช่วงแต่งงานก็มีคนมาซื้อบ้าง ช่วงนี้คนขายทอง ขายเพชร ตลอดจนนำไปขายออนไลน์ก็เยอะมากขึ้น พอเจอโควิด-19 โจมตีเข้าไป กล่าวได้ว่า ไม่ต้องขายกันเลย โควิดมา คนรวย คนจนตกงานเหมือนกัน แม้แต่เถ้าแก่ใหญ่ๆ หลายรายยังเจ๊ง แถวนี้ปิดกิจการไม่ขายกันเยอะ บางร้านก็ไม่เปิด บางร้านก็ติดป้ายขายตึกกันเลย ถือว่าลำบาก ต้องคนที่มีสายป่านยาวๆ ที่เขามีเหลือออมเยอะๆ เขาจะมีทุนประคองตัวเองต่อไปได้

Photo by Sayak Bala on Unsplash

ร้านเอลิทิสเจมส์ (Elitizgems) ร้านเพชรเอลิทิส เจมส์ ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 40 ปี ทางร้านมีจำหน่ายทั้งเพชรใบเซอร์ GIA, HRD ตั้งแต่ 0.30- 15 กะรัต ทุกสี ทุกน้ำ ทุกความสะอาด สร้อยคอ แหวนเพชร ต่างหู

ในช่วงเริ่มต้น ยุคบุกเบิกโดยสมบูรณ์ ลี้เลิศกิจ ผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเพชรและพลอย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านการขายหน้าร้านและทักษะในการดูเพชรจนชำนาญจึงสินใจลงทุนเปิดโรงงานผลิตตัวเรือนทอง ขายส่งตัวเรือนทองให้กับร้านเพชรในย่านบ้านหม้อ โดยมีพี่น้องช่วยกันบริหารจนเจริญรุ่งเรือง ต่อมา สมบูรณ์ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของครอบครัวได้ขยับขยายธุรกิจมาสู่การเปิดหน้าร้านอัญมณีเป็นของตัวเองแห่งแรกบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จากนั้น พฤติกรรมของลูกค้าเริ่มนิยมเดินซื้อของบนห้างสรรพสินค้า จึงได้ย้ายร้านมาเปิดบนห้างสรรพสินค้า

ตอนนี้กิจการดำเนินมาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว ยิ้ม สุทัตตา และจ๋า อารีพร ลี้เลิศกิจ ได้รีแบรนด์ร้าน จากนั้น ได้ทดลองตลาดเปิดหน้าร้านที่ศูนย์การค้าดิโอลด์สยามพลาซ่า ซึ่งปัจจุบันเข้าปีที่ 8 แล้ว ทางร้านไม่ได้เน้นขายสินค้าอย่างเดียวแล้วจบ แต่ยังให้ความสำคัญในการให้บริการหลังการขายด้วย

หลังโควิด-19 เกิดขึ้น บรรยากาศซื้อขายเงียบลงมาก เงียบลงจนน่ากลัว ขาประจำก็มีแวะเวียนมาบ้าง ขาจรเริ่มซื้อน้อยลงและซื้อยากมากขึ้น คนยังไม่ค่อยกล้าเดินเท่าไร ต้องมีบริการแบบ นัดและนำสินค้าไปส่งให้ตามใจกลางเมือง ก็พอขายได้ หรือทำ contract กับทางไปรษณีย์ ซื้อประกันสินค้าไว้ ก็พอช่วยได้ แต่ไม่มากเท่าตอนสถานการณ์ปกติ

นอกจากนี้ทางร้านยังมีการขยายฐานลูกค้าไปทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งก็มีทั้งทาง LINE Official Account ชื่อ Elitiz gems และทางเว็บไซต์ www.elitizgems.com ส่วนเรื่องการซื้อ-ขายนั้น ส่วนใหญ่หลายๆ แบรนด์รวมทั้งร้านเอลิทิสก็มักจะรับซื้อเฉพาะแบรนด์ของตัวเอง เพื่อสะดวกในการควบคุมคุณภาพสินค้า

ยิ้มฝากกำลังใจถึงคนที่กำลังท้อแท้กับวิกฤติโควิดที่กำลังประสบอยู่ทั้งประเทศทั่วโลก เธอมองว่า “ในทุกวิกฤติ มีโอกาส อย่าเพิ่งสิ้นหวัง บางทีสถานการณแบบนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้ได้เรียนรู้และปรับตัวกับช่องทางใหม่ๆที่เราไม่ชำนาญ และ เราจะผ่านมันไปด้วยดี หากเราไม่ยอมแพ้”

Photo by Sabrinna Ringquist on Unsplash

ในประเด็นว่าด้วยอัญมณีนี้ รศ.ดร.สมชนก ภาสกรจรัส อนุกรรมการด้านการตลาด สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์ประเด็นหลังวิกฤตยังมีโอกาส ตลาดเครื่องประดับไฮเอนด์ & โลว์เอนด์

เครื่องประดับระดับไฮเอนด์และระดับล่างมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว

โดย รศ.ดร.สมชนก ระบุถึงการคาดการณ์ของ McKinsey ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มอุตสาหกรรมฟุ่มเฟือยจะเปลี่ยนโฉม จากรุ่นพ่อ รุ่นแม่ที่ชอบซื้อทรัพย์สินครอบครอง รุ่นลูกกลับนิยมเสพประสบการณ์หรูหรามากกว่านำเงินไปซื้อเครื่องประดับฟุ่มเฟือย

ต่อมา คนทุกรุ่น ทุกวัยจะหันมาใช้เงินประหยัดมากขึ้นสำหรับการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ชีวิต แต่จะหันมาให้ความสำคัญกับการครอบครองเป็นเจ้าของทรัพย์สินแทน ถือเป็นเรื่องดีสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ แต่ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอื่นที่เข้ามาแย่งพื้นที่ก็มีเช่นกัน อาทิ รถยนต์ และอสังหาริมทรัพย์

เครื่องประดับ

ทั้งนี้ ในช่วงหลังวิกฤตคาดว่า โอกาสที่เครื่องประดับระดับไฮเอนด์กับระดับล่างจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า เนื่องจากผู้บริโภคมองถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงิน เมื่อเทียบกับเครื่องประดับระดับกลาง คนที่ซื้อระดับไฮเอนด์จะมองว่าสิ่งที่ซื้อตอบโจทย์หลายอย่างทั้งการลงทุนและการตกแต่งร่างกายและเป็นการซื้อแบบปลดปล่อยเพราะอั้นที่ไม่ได้จับจ่ายนาน

ขณะที่ระดับโลว์เอนด์นั้นมีผลกระทบน้อย แต่คนน่าจะซื้อมากกว่าระดับกลาง เพราะราคาไม่แพง ตอบสนองอารมณ์ได้ดี เหมือนทฤษฎี Lipstick effect คือซื้อสินค้าเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ มากกว่าจะซื้อเพื่อสนองความต้องการที่จำเป็นกับชีวิตจริงๆ

ที่มา – ศูนย์วิจัยทองคำ, YLG Bullion, ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา