เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกากำลังจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดตราสารหนี้

บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกากำลังจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดพันธบัตรของรัฐบาลและหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังถือครองเงินสดรวมกันมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

รายงานจากหนังสือพิมพ์ Financial Times ได้รายงานว่าบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่างเช่น Apple, Microsoft, Alphabet กำลังจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนต่างๆ ทั่วโลก และถ้าหากนับบริษัทเอกชนที่เหลืออย่างเช่น Coca-Cola, Ford และ Boeing จะกลายเป็นว่ามูลค่าการถือครองพันธบัตรของรัฐบาลและหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนต่างๆ มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชื่อดังหลายๆ แห่ง อย่าง Franklin Templeton, Investco หรือ AllianceBernstein ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐมีมูลค่าการถือครองรวมมากถึง 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยทั่วไปบริษัทส่วนใหญ่มักจะฝากเงินสดไว้ในบัญชีธนาคารหรืออย่างมากก็นำเงินไปพักไว้ในตลาดตราสารหนี้ระยะสั้น (เช่น Money Market Fund) แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกากำลังก้าวข้ามจุดนี้ไป โดยหันไปทำกำไรโดยการซื้อตราสารหนี้ระยะกลางและยาวมากขึ้น

บริษัทอย่างเช่น Apple นั้นมีเงินสดในมือมาก มีการจ้างผู้จัดการกองทุนมาดูแลสำหรับการซื้อขายตราสารหนี้โดยเฉพาะและนำผลตอบแทนไปใช้ในการปันผลด้วย ถ้าหากดูการถือครองตราสารหนี้ของ Apple นั้นขนาดใหญ่กว่ากองทุนชื่อดังอย่าง PIMCO Total Return ด้วยซ้ำ ส่วนทางด้านบริษัทอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะจ้างวาณิชธนกิจหรือไม่ก็บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในการดูแลด้านนี้

การที่บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้เข้ามาในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งหลายๆ บริษัทมีการถือครองตราสารหนี้มากกว่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนด้วยซ้ำ ทำให้มีความกังวลเกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้ว่ากรณีนี้จะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดฟองสบู่แตกไวขึ้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อและการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของโลกกำลังค่อยๆ ฟื้นตัว

ที่มาFinancial Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments