Citi คาดหุ้นไทยปีหน้าวิ่งได้ถึง 1,900 จุด ตลาดหุ้นไทยผันผวนน้อยเพราะต่างชาติลดการลงทุน

มุมมองการลงทุนปีหน้าจากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Citi สำหรับมุมมองในตลาดเกิดใหม่ รวมไปถึงมุมมองของตลาดหุ้นไทยที่ปีหน้ามีปัจจัยท้าทาย

ภาพจาก Unsplash

ปีนี้เป็นปีที่ผลตอบแทนหุ้นไทยถือว่าน่าผิดหวังอีก 1 ปี อย่างไรก็ดีในปีหน้ายังมีความท้าทายไม่น้อย และประเด็นสำคัญในการลงทุน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ในปีหน้าก็ถือว่าเพิ่มขึ้น

Brand Inside รวบรวมมุมมองปีหน้าจากบทวิเคราะห์ของ Citi สถาบันการเงินชั้นนำของโลก วิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets รวมไปถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

ภาพรวม Emerging Markets ปีหน้า

Citi มีมุมมองว่า Emerging Markets ที่ได้รับผลกระทบจากหุ้นตกหนักๆ ในช่วงที่ผ่านมา ได้ตอบสนองกับสภาพตลาดไปแล้ว ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนจะลดน้ำหนักการลงทุนใน Emerging Markets มากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยถ้าหากเทียบกับตลาดหุ้นที่พัฒนาแล้ว หรือ Developed Markets ถือว่ามีราคาถูกมาก

โดยถ้าหากเทียบใน Emerging Markets แล้ว ตลาดหุ้นในประเทศยุโรป ตะวันออกกลาง รวมไปถึงแอฟริกา มีราคาถูกที่สุด แต่ถ้าแพงสุดจะเป็น ตลาดหุ้นในกลุ่มลาตินอเมริกา ส่วนในทวีปเอเชีย Citi มองว่า ตลาดในเอเชียเหนือยังน่าสนใจ มากกว่าในอาเซียน หรือแม้แต่อินเดียด้วยซ้ำ และยังเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอีกด้วย ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ Citi ชื่นชอบคือ รัสเซีย รวมไปถึง บราซิล

นอกจากนี้สิ่งที่เราจะพบในปีหน้าคือ สภาพคล่องที่เริ่มตึงตัวมากขึ้น รวมไปถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะแข็งค่าขึ้นด้วย อาจทำให้มีเม็ดเงินไหลออกจาก Emerging Markets อย่างไรก็ดี ถ้าหากสหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า จะสามารถเปลี่ยนในด้านความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยกลับมาเป็นการเจริญทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

ข้อมูลจาก Citi

มองว่าปีหน้า “กลุ่มธนาคาร” มาแน่

ในปีหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ Citi แนะนำคือ กลุ่มธนาคาร เนื่องจากมี Value และ Momentum ที่น่าสนใจที่สุด นอกจากนี้ยังมี กลุ่มพลังงาน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึง กลุ่มวัสดุพื้นฐาน ด้วย

อย่างไรก็ดีกลุ่ม Defensive ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น กลุ่มโรงไฟฟ้า หรือแม้แต่กลุ่มอุปโภคบริโภค Citi มองว่าในปีหน้ายังจะพบความยากลำบากอยู่ เนื่องจากกำไร และ Value ของหุ้นกลุ่มเหล่านี้ยังไม่น่าสนใจ รวมไปถึง Valuation ที่แพง

สำหรับภาพรวมกำไรใน Emerging Markets นั้น Citi คาดว่าจะโตราวๆ 10% โดยในทวีปเอเชียกำไรเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 9% สำหรับกำไรของตลาดที่ดีที่สุดจะอยู่ที่บราซิล คาดว่าจะโตถึง 23% รองลงมาคือ อินเดีย อยู่ที่ 20% ส่วนกำไรต่ำที่สุดอยู่ที่ รัสเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน อยู่ที่ 2%

ข้อมูลจาก Citi

SET วิ่งอยู่ในช่วง 1,600-1,900

Citi มองว่าตลาดหุ้นของไทยมีพื้นฐานที่ดี นอกจากนี้ยังมีความแข็งแกร่งในด้านอื่นๆ เช่น เงินทุนสำรอง รวมไปถึงสภาพคล่องภายในประเทศ ที่เป็นเบาะรองรับที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ ใน Emerging Markets อย่างไรก็ดีทีมนักวิเคราะห์ของ Citi ในไทยมองว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนของไทยจะโตจำกัดอยู่ในช่วง 8-10% เมื่อเทียบกับข้อมูลของ I/B/E/S อยู่ที่ประมาณ 4%

อย่างไรก็ดีความเสี่ยงเชิงบวกของตลาดหุ้นไทยคือ ถ้าหากราคาน้ำมันสูงขึ้น อาจทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนสูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มพลังงานของไทยมีสัดส่วนในดัชนีสูงมาก ประมาณ 1 ใน 4 ของดัชนี

มุมมองของ SET Index ในปีหน้า Citi คาดว่าจะอยู่ในช่วง 1,600 จุด ถึง 1,900 จุด และคาดว่าจะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นใน Emerging Markets เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการถือครองของนักลงทุนและสถาบันต่างประเทศน้อยที่สุดตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2008

ความท้าทายของตลาดหุ้นไทยปีหน้าคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมไปถึงประเด็นการเลือกตั้งในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น แต่ Citi ยังมีคำถามที่ว่าความตึงเครียดของการเมืองไทยอาจเป็นผลกระทบหลังจากการเลือกตั้งได้

ข้อมูลจาก Citi

5 หุ้นไทยที่ Citi ชอบ

สำหรับหุ้นไทยในปีหน้าที่ Citi แนะนำลงทุนได้แก่

  • AOT เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มาไทยจะเพิ่มขึ้น หลังจากลดลงในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
  • AMATA โดย Citi มองว่าได้รับผลประโยชน์จากสงครามการค้า เนื่องจากมีการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียน
  • KBANK ได้ประโยชน์จากการปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล นอกจากนี้ Credit Cost ของธนาคารยังดูดีขึ้น
  • ROBINS การใช้จ่ายของประชาชนในต่างจังหวัดจะสูงขึ้นเนื่องจากการเลือกตั้ง
  • BDMS  ผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น มาร์จิ้นของโรงพยาบาลดีขึ้น

ที่มา – บทวิเคราะห์จาก Citi

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ