จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก

ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของจีนแซงหน้าสหรัฐฯ เรียบร้อยด้วยอัตราที่ 19.9% ขณะที่สหรัฐฯ มีผลงานอยู่ที่ 18.3%

งานวิจัยของจีนช่วงระหว่างปี 2016-2018 เผยแพร่รวม 305,927 ชิ้น แซงหน้าสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เพียง 281,487 ชิ้น ขณะที่เยอรมนีอยู่อันดับที่ 3 มีสัดส่วนที่ 4.4% หรือประมาณ 67,041 ชิ้น ซึ่งการผลิตงานวิจัยถือเป็นตัวชี้วัดขั้นพื้นฐานของการพัฒนาและวิจัยในแต่ละประเทศ ก่อนหน้านี้ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ก็เคยคาการณ์ว่า จีนน่าจะแซงหน้าสหรัฐฯ ได้

Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Xi Jinping ประธานาธิบดีจีน

จีนมีผลงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นถึง 18 เท่าจากอัตราเฉลี่ยที่เคยทำได้ในช่วง 1996 – 1998 และเพิ่มขึ้น 3.6 เท่าในช่วงปี 2006 – 2008 ทั้งนี้ งานวิจัยของทั้งสองประเทศแตกต่างกันในแง่ความเชี่ยวชาญแต่ละสาขา จีนเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เคมี วิศวกรรม วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และคณิตศาสตร์ ขณะที่สหรัฐฯ จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านคลินิก และวิทยาศาสตร์ด้านชีวภาพ

จีนลงทุนในการวิจัยและพัฒนาสูงมากราว 5.54 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 17.2 ล้นล้านบาทในปี 2018 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า ขณะที่สหรัฐฯ ลงทุนด้าน R&D เพิ่มขึ้น 5% หรือราว 5.81 แสนล้านสหรัฐหรือ 18.14 ล้านบาท

นอกจากนี้ จีนยังใช้จ่ายเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยระหว่างปี 2000 – 2018 มากขึ้นถึง 10.2 เท่า ด้านสหรัฐฯ ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 เท่า

President Gerald R. Ford and Mrs. Betty Ford meet with Chinese Vice Premier Deng Xiao Ping, during an informal meeting Dec. 3, 1975 in Peking, China. Deng’s interpreter is seen background-left. / The White House

จีนภายใต้การปกครองของผู้นำแต่ละยุคสมัยก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศด้วย จีนในยุคที่เติ้ง เสี่ยงผิงปกครอง ทำให้มีการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีค่อนข้างมาก จีนภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติห้าปีฉบับที่ 10 ช่วง 2001 – 2005 ได้กำหนดเป้าที่จะวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 1.5% ของจีดีพี ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ขณะที่ปี 2020 ต้องการให้มีสัดส่วนที่ 2.5% ของจีดีพี

จีนมีนักวิจัยรวม 1.87 ล้านคน มากกว่าสหรัฐฯ ที่มีอยู่ราว 1.43 ล้านคน ขณะที่คนจีนศึกษาในสหรัฐฯ มากถึง 300,000 คน มากที่สุดครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยติดอันดับ 2 ของโลกในการผลิตงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์มานานราว 2 ทศวรรษ แต่ก็ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ที่ผลิตได้เพียง 64,874 ชิ้นในปี 2017

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Plaa - Brand Inside สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต การเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบสืบค้นข้อมูล ชอบทำคอนเทนต์