ศึกษาก้าวถัดไปของช่อง 3 กับการสร้างแพลตฟอร์ม Mello เจาะตลาดคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

หลายคนคงได้ยินชื่อ Mello มาระยะหนึ่ง เพราะเป็นช่องทางเดียวที่จะรับชม “บุพเพสันนิวาส” แบบรีรันได้อย่างถูกต้อง และเร็วที่สุดในตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วแพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่รีรันละคร แต่มันคืออะไรที่มากกว่านั้น

เว็บไซต์ Mello.me

ปั้นสื่อบันเทิงน้ำดีขยายฐาน Millennial

ด้วยชื่อช่อง 3 ก็การันตีคุณภาพของละคร และรายการต่างๆ ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันธุรกิจทีวีดิจิทัลแข่งขันกันสูง ประกอบกับผู้บริโภคก็มีช่องทาง Online เป็นทางเลือกใหม่ในการรับชมสื่อต่างๆ เพื่อความผ่อนคลาย ทำให้แค่ Content ดีใช่ว่าจะรักษาการเจริญเติบโตของธุรกิจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้รับชมโทรทัศน์เป็นหลัก

จึงไม่แปลกที่ช่อง 3 ต้องปรับตัวเหมือนกับสื่อทีวีดิจิทัลอื่นๆ เพื่ออยู่รอดในสมรภูมิสื่อด้วยการสร้างแพลตฟอร์ม Online เป็นของตัวเอง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทำมานานแล้ว แต่นั่นอาจจะเป็นรูปแบบเก่าที่ไม่ตอบโจทย์คนรุ่นปัจจุบัน ดังนั้งช่อง 3 จึงฟอร์มทีมดิจิทัลใหม่มาตั้งแต่ปีก่อน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ขึ้นมา

สุธิดา มาไลยพันธุ์ หัวหน้าหน่วยงานธุรกิจดิจิทัล บริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

สำหรับชื่อของแพลตฟอร์มนั้นคือ Mello มีที่มาจากคำว่า Mellow ที่หมายถึงความกลมกล่อม เพราะรวมอารมณ์ต่างๆ จากรายการ และละครเอาไว้มากมาย ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้ชมยุคใหม่ โดยเฉพาะกับ Millennial ซึ่งมี “สุธิดา มาไลยพันธุ์” เป็นคนขับเคลื่อนภายใต้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานธุรกิจดิจิทัลของบริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

รับ “บุพเพสันนิวาส” ช่วยบูมแพลตฟอร์ม

“ส่วนตัวยอมรับว่าด้วย Mello เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถรับชมละครบุพเพสันนิวาสแบบย้อนหลังได้เร็วที่สุดในตอนนี้ ทำให้ Traffic ถาโถมเข้ามาที่แพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นความท้าทายของเราในการรับมือกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว” สุธิดา กล่าว

บุพเพสันนิวาส - ขอบคุณภาพจากเพจ ช่อง 3
บุพเพสันนิวาส – ขอบคุณภาพจากเพจ ช่อง 3

ทั้งนี้ Mello เริ่มต้นพัฒนาขึ้นเป็นเว็บไซต์ก่อน ให้บริการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 และตัวแอปพลิเคชั่นเริ่มให้บริการเมื่อเดือนมี.ค. ซึ่งในเดือนนี้มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดที่ 1.5 ล้านคน/วัน และมียอดรับชมกว่า 180 ล้านครั้ง แบ่งเป็นกลุ่มผู้ชมอายุ 25-34 ปี 40%, 18-24 ปี (32%) และ 35-44 ปีขึ้นไป 18%

เร่งเครื่อง Original Content สร้างความแตกต่าง

ขณะเดียวกัน Mello ยังเดินหน้าพัฒนา Original Content หรือรายการ กับละครที่แพร่ภาพเฉพาะในแพลตฟอร์มเท่านั้น โดยมีทั้งลงุทนเอง และมีพาร์ทเนอร์ธุรกิจเข้ามาช่วยลงทุน ซึ่งปีนี้จะมีมากกว่า 10 รายการ ส่วนแผนรายได้ก็มีขายโฆษณากับรายการต่างๆ ในระบบ รวมถึงการร่วมผลิตกับพาร์ทเนอร์ในระยะยาว

ตัวอย่างรายการ Original Content ของ Mello

สรุป

จากเดิมที่แพลตฟอร์ม Online ของช่องทีวีจะเป็นแค่พื้นที่รีรันละครหลังข่าว หรือรายการต่างๆ ปัจจุบันก็ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการผลิต Original Content เข้ามาเสริม เพื่อสร้างความแตกต่าง และดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ ด้วย จึงเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้เห็นการเคลื่อนไหวของช่องดิจิทัลต่างๆ เพิ่มขึ้นแน่นอน ส่วนเรื่องรายได้จะเทียบเท่ากับช่องโทรทัศน์เมื่อไรนั้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะอีกยาวนาน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา