คลังเลิกแจกเงินเที่ยว 1,500 บาท/คน หันโปะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวงเงินรวม 13,180 ล้านบาท

เดิมกระทรวงการคลังจะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินประชาชน 10 ล้านคน คนละ 1,500 บาทให้ไปเที่ยวเมืองรอง แต่ต้องยกเลิกไป แล้วเงินจะไปไหน?

ภาพจาก Shutterstock

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง บอกว่า จากที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปี (ซึ่งต้องสรุปเพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี) ปัจจุบันจะไม่เสนอมาตรการแจกเงินเที่ยวเมืองรองที่ 1,500 บาทต่อคน เพื่อให้ใช้จ่ายผ่าน E-Payment ในเมืองรอง 55 จังหวัด เพราะเมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่า

ส่วนหนึ่งที่กระทรวงการคลังยกเลิกการแจกเงินเที่ยวเมืองรอง 1,500 บาท อาจมาจากกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์

อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จะมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรสวัสดิการฯ) ที่มีอยู่มากกว่า 14.5 ล้านราย และจากวันที่ 26 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มีมติเห็นชอบใช้วงเงินรวม 13,180 ล้านบาท โดยจะเติมเงินในบัตรกลุ่มนี้ คาดว่าจะมี 4 มาตรการ (เดือนพ.ค.-ก.ย.2562) ได้แก่

  • มาตรการแรกการแจกเงินให้ผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการฯ และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ 1.1 ล้านคน ให้คนละ 200 บาทต่อเดือน วงเงินรวม วงเงิน 1,100 ล้านบาท
  • มาตรการเติมเงินค่าปุ๋ยและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรที่ถือบัตรสวัสดิการฯ 4 ล้านคน แจกคนละ 1,000 บาท (ครั้งเดียว) ใช้วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท
  • มาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ปกครองที่ถือบัตรสวัสดิการฯ วงเงินรวม 1,300 ล้านบาท
  • มาตรการลดค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อยผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 14.5 ล้านคน จะเติมเงินให้เบิกจ่ายเป็นเงินสดคนละ 500 บาท วงเงินรวม 6,600 ล้านบาท

สรุป

ทุกปีกระทรวงการคลังจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากมาย แต่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำนโยบายต้องเน้นการดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่สำหรับประชาชนบางส่วนอาจมองว่าการเร่งให้เงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนเลือกตั้งอาจเกิดจากเรื่องการเมืองมากกว่าตอบสนองเป้าหมายของกระทรวงการคลัง

ที่มา ข่าวสด, ประชาชาติธุรกิจ

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา