กรณีศึกษา : ดราม่าเถ้าแก่น้อย จากแบรนด์ดังสู่แบรนด์พังชั่วข้ามคืน

กลายเป็นประเด็นเดือดบนโลกออนไลน์จากกระแส #ล่องเรือTaokaenoiXF4 โดยที่แบรนด์สาหร่ายเถ้าแก่น้อยจัดกิจกรรมแฟนมีต แต่แฟนคลับถล่มยับเพราะเอาเรื่องส่วนตัวมาเอี่ยวแบรนด์

แบรนด์เอาเรื่องส่วนตัวมาเอี่ยว เสี่ยงพัง!

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาในโลกโซเชียลทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ต่างร้อนแรงด้วยกระแสของ #ล่องเรือTaokaenoiXF4 เป็นกิจกรรมที่ทางสาหร่ายเถ้าแก่น้อยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา รูปแบบกิจกรรมเป็นแฟนมีต คล้ายๆ กับ Meet & Greet กับ 4 หนุ่ม F4 รักใสใสหัวใจ 4 ดวงเวอร์ชั่น 2018 เป็นนักแสดง และไอดอลสัญชาติจีน 

กิจกรรมที่ว่านี้เป็นการล่องเรือ พร้อมกับให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับ F4 แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยที่แฟนคลับที่จะเข้าร่วมกับกิจกรรมได้ต้องมาจากการซื้อสินค้าเถ้าแก่น้อย Big Roll ชนิดที่ว่ามียอดซื้อสูงสุด หรือที่เรียกว่า Top Spender จะคัดเลือกเพียง 50 คนเท่านั้น โดยที่แฟนคลับได้ทุ่มซื้อมูลค่านับหมื่นนับแสน ยอดซื้ออันดับหนึ่งมีมูลค่าถึง 150,000 บาท

แต่แล้วเมื่อถึงวันจัดกิจกรรมกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะตามกำหนดการ F4 จะเข้าร่วมกิจกรรมกับแฟนคลับร่วม 2 ชั่วโมง แต่แล้วก็พบว่า F4 ต้องโดยแทรกกิจกรรมไปเซอร์ไพร์สวันเกิดของภรรยา ของต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ CEO ของเถ้าแก่น้อยที่จัดภายในเรือลำเดียวกัน

ทำให้แฟนคลับต่างไม่พอใจ เพราะแต่ละคนล้วนตั้งใจทุ่มเงินเพื่อซื้อสินค้าเพื่อมาเจอศิลปิน หรือไอดอลที่ชอบ แต่กลับได้ร่วมกิจกรรมเพียงแค่เล็กน้อย

จากเหตุการณ์นี้สิ่งที่แฟนคลับ และหลายคนมองในเรื่องประเด็นการนำเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับแบรนด์ แบรนด์มีการเชิญพรีเซ็นเตอร์มาร่วมกิจกรรมกับแฟนคลับ กับลูกค้าของแบรนด์ เหมือนเป็นการสร้างกิจกรรมเพื่อสนองความต้องการของภรรยา และกลุ่มเพื่อนเสียมากกว่า

ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ที่ทางเถ้าแก่น้อยเคยเป็นสปอนเซอร์ให้กับเดี่ยว 12” ของโน้ส อุดม แต้พานิช แต่ก็มีซีนการขอแต่งงานกันในงาน โดยคู่หนุ่มสาวก็เป็นเพื่อนของภรรยาต๊อบอีกเช่นเคย

อปป้า มาร์เก็ตติ้ง ศึกพรีเซ็นเตอร์ไอดอลเกาหลี 

เถ้าแก่น้อยขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำตลาดสาหร่ายในประเทศไทย เบอร์สองเป็นของมาชิตะ จากค่ายสิงห์ คอร์เปอเรชั่น แต่ละแบรนด์ในตลาดต่างชูจุดเด่นเรื่องความเป็นสาหร่ายคุณภาพจากประเทศเกาหลี เพราะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องสาหร่าย

ทำให้กลยุทธ์การตลาดค่อนข้างไปทางเกาหลี มีพรีเซ็นเตอร์เป็นศิลปินเกาหลี สนันสนุนคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี และจับกลุ่มเป้าหมายเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีโดยเฉพาะ ซึ่งกลุ่มนี้ค่อนข้างสนับสนุนศิลปินในดวงใจของตัวเอง และพร้อมเปย์ได้ทั้งสินค้า และการร่วมกิจกรรมต่างๆ

เถ้าแก่น้อยเองก็ได้ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นศิลปินชาวเกาหลี และเริ่มขยายมาฝั่งเอเชียให้กว้างขึ้น เริ่มต้นที่วง 2PM, GOT7, นิชคุณ หรเวชกุล, เซฮุน EXO ศิลปินไทยก็มีเช่นกัน ได้แก่ BNK48, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, SBFIVE และฌอห์ณ จินดาโชติ  

โดยที่เป็นการใช้พรีเซ็นเตอร์ 1 คน หรือ 1 วงต่อ 1 แบรนด์ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน และมีการสื่อสารที่แตกต่างกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแมส กลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

ซึ่ง F4 เป็นพรีเซ็นเตอร์ของเถ้าแก่น้อย Big Roll เป็นสาหร่ายแบบแท่ง ทางเถ้าแก่น้อยได้คว้าตัวมาร่วมงานเมื่อช่วงเดือนมีนาคมนี้เอง ตลาดนี้มีการเติบโตดี ต้องการใช้ F4 ในการสื่อสารกับแฟนคลับคนไทย และแฟนคลับชาวจีนอีกด้วย

ขณะเดียวกันมาชิตะในฐานะเบอร์สองก็ใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ไอดอลเกาหลีเช่นกัน ทั้งคยูฮยอน, พัคจีฮุน และวง NCT ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นกัน เพราะแฟนคลับก็พร้อมสนับสนุนศิลปินที่ตนเองชอบ

กลยุทธ์อปป้า มาร์เก็ตติ้งยังคงเป็นสูตรสำเร็จของตลาดสาหร่าย ไม่ว่าจะมีข่าวเปิดตัว หรือทำกิจกรรมใดๆ แฟนคลับก็พร้อมสนับสนุน เมื่อเกิดเหตการณ์ดราม่าจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่แฟนคลับจะไม่พอใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพ

มาชิตะส้มหล่น ได้แฟนเลิฟมากขึ้น

แน่นอนว่าเหตุการณ์ดราม่าที่เกิดขึ้นกับเถ้าแก่น้อยในครั้งนี้ ย่อมทำให้แฟนคลับถล่มทั้งแบรนด์ ทั้งตัวบุคคลแบบกระหน่ำ จนทางภรรยาของต๊อบ ตัวของต๊อบเอง และทางเอเยนซี่จัดงานต้องออกมาขอโทษถึงการจัดงานครั้งนี้

แม้จะขอโทษแล้วก็ตามแต่แฟนคลับก็ยังไม่พอใจ มีการด่าทอจนเกิดกระแสของการแบนสินค้าไปเลย หลายคนมีการย้ายค่ายไปทานมาชิตะแทน และมีการเปรียบเทียบถึงการจัดงานของ 2 แบรนด์ว่ามีการจัดงานที่แตกต่างกันแค่ไหน และได้ใจแฟนคลับมากกว่าด้วย

แม้ส่วนแบ่งการตลาดของมาชิตะอาจจะไม่ได้พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะเถ้าแก่น้อยครองส่วนแบ่งตลาดไปกว่า 60% แล้ว แต่สิ่งที่มาชิตะได้คือแบรนด์เลิฟที่มากขึ้น เพราะมีการเปรียบเทียบกันได้

ล่าสุดทางเถ้าแก่น้อยได้ออกแถลงการณ์ถึงการแก้ไขปัญหานี้แล้วว่า จะมีการจัดกิจกรรมแฟนมีตให้อีกครั้ง โดยที่แฟนคลับจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของกิจกรรม จะยกเลิกระบบ Top Spender และเชิญแขก VIP 

แต่สุดท้ายแล้วเถ้าแก่น้อยจะสามารถกู้คืนภาพลักษณ์แบรนด์ได้หรือไม่? เพราะผู้บริโภคยุคนี้ก็ความจำดี ไม่ได้ลืมง่ายอีกต่อไปแล้ว

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา