อยากเปลี่ยนสายงานตอน 30 ยังทันอยู่ไหม?

เวลาวิ่งไล่ตามหลังเสมอมา รู้ตัวอีกทีจากช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อในวัยรุ่นตอนต้น เรื่อยมาจนเข้าสู่ช่วงแห่งความไม่แน่นอนตอนก้าวสู่โลกทำงานครั้งแรก ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งอาจทำให้เราปรับตัวได้ยากในตอนแรก อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนบนเส้นด้ายตลอดเวลา แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมในขวบปีต่อมา จะช่วยให้เรามีก้าวที่มั่นคงยิ่งขึ้น

แต่ใครจะรู้ว่าในตอนที่ก้าวสู่วัยเลข 3 วัยที่สังคมรอบข้างเฝ้ารอดูความสำเร็จ ความมั่นคง หลายคนกลับยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พร้อมขนาดนั้น และนี่กลับไปเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิตช่วงอายุเลข 3 จึงมักถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ ถูกคาดหวังว่ามันจะต้องเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสมอ 

ทีนี้เหล่าคนวัย 30 ก็ว้าวุ่นเลย โลกเราหมุนไปข้างหน้าทุกวัน งานใหม่ ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทักษะ องค์ความรู้ มีอีกร้อยแปดพันเก้าให้เราก้าวตามให้ทัน หากวันนึงเราทำงานจนมาถึงจุดที่รู้สึกว่า งานที่ทำอยู่ไม่ได้ตอบโจทย์เราขนาดนั้น อยากลองเปลี่ยนสายงานดู แต่อายุดันอยู่ในช่วงที่ควรจะมั่นคงได้แล้ว เราจะทำยังไง?

Working

กับดักความมั่นคงของคนวัย 30

อีกหนึ่งความกดดดันที่ทำให้หลายคนไม่กล้าก้าวออกจากงานที่ทำอยู่ แม้ว่าจะมีสายงานใหม่ ๆ ที่น่าสนใจผุดขึ้นมาทุกวัน หรือความสนใจอื่น ๆ ที่โผล่เอาตอนอายุเท่านี้ ชักชวนให้เราออกไปลองอะไรใหม่ ๆ แต่ความกดดันจากสังคมรอบข้าง มักจะมองว่าวัย 30 ควรเป็นวัยที่มีการงานที่มั่นคงมากพอที่จะอยู่กับที่ได้แล้ว อย่าว่าแต่การเปลี่ยนสายงานเลย การเปลี่ยนงานในสายเดียวกันก็ยังเป็นสิ่งที่ทำใจได้ยาก

ตัวเลขที่น่าสนใจจาก U.S. Bureau of Labor Statistics บอกว่าผู้คนมักจะเปลี่ยนงาน 10-15 ครั้งในชีวิต และ 70% ของ Gen Z และ millennial กล่าวว่าตนเองมีแพลนที่จะเปลี่ยนงานในปี 2023 นี้เช่นกัน จากตัวเลขที่เห็น เราไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับงานเดิมมากนัก เราอาจจะได้ฟังคำสอนจากคนรุ่นก่อนว่าอย่าเปลี่ยนงานบ่อยเลย และพวกเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ หลายคนทำงานที่เดิมนับสิบยี่สิบปี เพราะเชื่อว่านี่เป็นความมั่นคงที่จับต้องได้ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เราไม่จำเป็นต้องรับเอาทุกคำสอนมาใช้ในชีวิตของเราแบบสุดโต่งก็ได้

หากมีสัญญาณสะกิดเราในทุกเช้าวันจันทร์ ว่างานที่ทำอยู่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับเราที่สุด เราเกิดข้อสงสัย เกิดคำถาม เกิดความรู้สึกติดขัด หมดแพสชั่น แล้วเราจะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมต่อไปเพื่ออะไร? ถ้ามีเหตุผลที่ช่วยเหนี่ยวรั้งเราไว้ได้ อย่างเงินที่มากพอ สภาพแวดล้อมที่สบายใจ นั่นก็อาจช่วยเติมไฟให้เรามีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ ตามแต่การตัดสินใจและชั่งน้ำหนักของแต่ละคน แต่ถ้ารู้สึกว่าตรงนี้ไม่มีเหตุผลอะไรให้เราอยู่ การออกไปเริ่มต้นใหม่ไม่เคยมีคำว่าสาย 

มาดูกันว่า เราจะเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องเปลี่ยนงานตอน 30

ประเมินทักษะปัจจุบันของคุณ

ทักษะ ความสามารถ เป็นเหมือนอาวุธประจำตัวที่แต่ละคนต่างมีเป็นของตัวเอง และในทางกลับกัน เป็นสิ่งที่ทุกบริษัทมองหาคนที่มีอาวุธที่เขาต้องการ เพื่อมาใช้งานให้ถูกที่ ก่อนจะเปลี่ยนแปลงอะไร เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีอะไรอยู่ในมือบ้าง รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง ประเมินคร่าว ๆ ว่างานต่อไปที่เราอยากทำนั้น ต้องอาศัยทักษะที่เรามีมากน้อยแค่ไหนและเราต้องเพิ่มเติมอะไรเข้าไปบ้าง 

 

เลือกทางที่ใช่ในสิ่งที่มี

เมื่อรู้ว่าเรามีไม้ตายอะไรในมือแล้ว ขั้นตอนต่อไป เราอยากเอามันไปใช้ทำอะไรมากที่สุด คำถามง่าย ๆ นี้จะช่วยให้เราตีวงแคบลงมา เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อรวบรวมทักษะและสิ่งที่เราสนใจแล้ว ทีนี้ต้องเลือกเส้นทางอาชีพใหม่ เมื่อเราชัดเจนแล้วว่าต้องการทำอะไร ให้ค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดและเรียนรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับสายอาชีพนั้น

 

พัฒนาทักษะเดิม เพิ่มเติมทักษะใหม่

แม้เราจะรู้สึกว่าการทำงานมาจนอายุเลข 3 เนี่ย ทำให้เราสั่งสมประสบการณ์ไว้เต็มกระเป๋า แต่อย่าลืมว่าโลกหมุนไปข้างหน้าทุกวัน มีทักษะ องค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นวัน ความรู้ที่เรามี มันอาจจะใช้ได้สำหรับเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่สำหรับตอนนี้ มันอาจไม่ใช่ความรู้ที่ถูกต้องที่สุดอีกต่อไปแล้ว พัฒนาทักษะเดิมของเราให้เป็นปัจจุบัน ลับคมมันให้มากพอที่จะหยิบมาใช้งานได้อีกครั้ง รวมถึงเพิ่มเติมทักษะใหม่ที่เรายังขาด สำหรับเส้นทางใหม่ที่เรามองไว้

 

แม้ว่าเราจะยังไม่รู้ได้ทันทีว่าเส้นทางใหม่ที่เราเลือก จะเป็นทางที่ทอดยาวไปจนวันสุดท้าย หรือเป็นทางผ่านสั้น ๆ ให้เราได้ไปต่อในสักที่ แต่สิ่งสำคัญคือการที่เรารู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เรียนรู้ เติบโต ได้เสมอ และกล้าที่จะเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง อาจทำให้เราไม่ต้องนั่งอมทุกข์อยู่บนเก้าอี้แสนมั่นคง

 

อ้างอิง

How to Change Careers in Your 30s: Complete Guide for 2023 (careerkarma.com)

Changing Careers in Your 30s: What You Need to Know | FlexJobs

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา