หลังจากที่ปี 2022 ที่ผ่านมา มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมทุบสถิติ ติดอันดับ 1 ของโลกแล้ว BYD ยังไม่หยุดแค่นั้น ล่าสุด ค่ายผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนตั้งเป้าแซงหน้าคู่แข่ง Tesla เพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัวหวังเพิ่มยอดขายได้ทุกประเภทภายในปีนี้
โดยประธานของ BYD นาย Wang Chuanfu กล่าวในที่ประชุมที่ฮ่องกงเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาว่าจะขายให้ได้ราว 3 ล้านคันและยังหวังอีกว่าน่าจะทำยอดขายทะลุ 3.6 ล้านคันได้
ก่อนหน้านี้ BYD เริ่มประกาศหยุดผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา เพื่อหันมาเน้นผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า EVs และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมากขึ้น แต่ทางบริษัทก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่คาดการณ์ปริมาณการขายของปีนี้มากนัก ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับสัดส่วนของปี 2022 ที่ผ่านมา อาจจะขายได้ราว 1.75 ล้านคันในปี 2023 ใกล้เคียงกับ Tesla ที่ตั้งเป้าไว้ราวๆ 1.8 ล้านคัน
โดยไตรมาสแรกของปีนี้ BYD ขายรถยนต์ EV ได้เพียง 2.6 แสนคันและยังไม่ชัดเจนว่า BYD จะลดราคาให้ต่ำลงหรือไม่ แต่น่าจะมีการลดต้นทุนเพื่อเอาไปใช้ในการโปรโมตการขายมากขึ้น ซึ่งตัวประธาน Wang ก็ยืนยันว่า ปีนี้ BYD จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แถมยังจะเปิดตัวซุปเปอร์คาร์สุดหรูภายใต้แบรนด์ Yangwang รุ่น U8 ราคาอยู่ที่ 1.16-2.18 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3.96-7.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี BYD มีแนวโน้มที่จะเผชิญความท้าทายหลักๆ 3 เรื่องด้วยกัน หากคิดจะขยายศักยภาพมากยิ่งขึ้น มีทั้งเรื่องแรงอุดหนุนจากการซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ ที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์มีกำไรพุ่งสูงขึ้นถึง 450% เมื่อปีที่ผ่านมาเป็น 1.66 หมื่นล้านหยวน ซึ่งมีเงินอุดหนุนอยู่ที่ 60% แต่จีนได้ยุติการอุดหนุนแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
อีกทั้งเครือข่ายของ BYD เอง หากพนักงานขายหรือพนักงานซ่อมบำรุงยังไม่ได้รับการฝึกฝนเพียงพอ ก็จะส่งผลกระทบต่อแบรนด์ในระยะยาวได้ ตลอดจนความไม่พอใจของบรรดาลูกค้าที่มีต่อผู้ผลิต BYD ทั้งเรื่องระยะเวลาในการส่งมอบรถไปจนถึงการสื่อสารหรือกระบวนการในการจองเพื่อทดสอบรถ เป็นต้น
- BYD ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรู ใช้ชื่อแบรนด์ Yangwang มี SUV ตัวแรง และ Supercar ประสิทธิภาพสูง
- BYD แซง Tesla ขึ้นเบอร์ 1 รถยนต์ไฟฟ้าโลก เมื่อนับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนและ Plug-in Hybrid
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา